|
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ตั้งอยู่ที่อำเภอภูเรือ มีแยกซ้ายมือ (ถ้ามาจากทางอำเภอด่านซ้าย) ข้างที่ว่าการอำเภอฯ
ขึ้นไป 2 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยาน และหากเดินทางต่อไปอีกราว 5 กิโลเมตร ก็จะถึงยอด
ภูเรือ ยอดภูเรือเป็นจุดสูงสุดของอุทยานฯ สูงประมาณ 1,365 เมตร จากระดับน้ำทะเลสามารถมอง
เห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบ นอกจากนี้บนอุทยานแห่งชาติภูเรือยังมีจุดที่น่าเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น
ผาโหล่นน้อย น้ำตกห้วยไผ่ สวนหินธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว 4 หลัง มีที่กางเต็นท์ นักท่องที่ยว
สามารถติดต่อสำรองบ้านพักได้ที่ส่วนอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้ เขตจตุจักร กทม.10900 |
| |
|
|
สวนรุกขชาติภูแปก
เป็นที่ราบสลับสวนหิน และ ป่าสนสองใบ อากาศหนาวเย็นเพราะอยู่ใกล้กันกับบ้านหินสอ
ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่หนาวเย็นที่สุดใน อ.ภูเรือ ในช่วงเดือนเมษายน จะงามสะพลั่งไปด้วยดอก
กล้วยไม้ป่า ทุ่งดอกกระเจียว และกุหลาบพันปี ในฤดูหนาวเหมาะที่จะไปสัมผัสอากาศอันหนาวเย็น |
| |
|
|
น้ำตกปลาบ่า
ตั้งอยู่ ระหว่างถนนใหญ่กับสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ ห่างมาจากสถานีฯ เกษตรที่สูง
ภูเรือให้ตรงออกมาถนนใหญ่ประมาณ 8 กิโลเมตรจะเป็นป้าย "ป้าย บ.ปลาบ่า-หินสอ" น้ำตกตั้งอยู่
ทางขวามือ เมื่อเดินลงไปราว 200 เมตร ก็จะพบน้ำตกที่ตกมาจากแผ่นหินขนาดใหญ่ ไหลลงสู่
แอ่งน้ำเบื้องล่างอย่างสวยงามเหมาะสำหรับเล่นน้ำ และนั่งพักผ่อนรับประทานอาหาร
|
| |
|
| |
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่ หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน เกิดจากการ
ยกตัวของพื้นผิวโลก และดินส่วนที่อ่อนพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ ภูหลวงประกาศให้เป็นเขตรักษา
พันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 มีพื้นที่ประมาณ 560,593 ไร่ สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูง
อากาศเย็นตลอดปี ตั้งอยู่ในบริเวณท้องที่ อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และ
อำเภอภูหลวง ฤดูกาลบนภูหลวงมี 3 ฤดู เหมือนพื้นราบแต่ระดับอุณหภูมิต่างกัน ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่
เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20-24 องศาเซลเซียส ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือน
พฤษภาคม-ตุลาคม อุณหภูมิใกล้เคียงหรือสูงกว่าหน้าร้อนเล็กน้อย ฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงมาก
เฉลี่ย 0-16 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม บางวันอุณหภูมิลดลงถึง –4 องศา
เซลเซียส
ด้านตะวันออกของเทือกภูหลวงมีการค้นพบซากหินรอยเท้าไดโนเสาร์อายุกว่า 120 ล้านปี
นอกจากนี้ยังมีป่าหลากชนิด เช่น ป่าผลัดใบ หรือป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา แต่ป่าที่
โดดเด่นที่สุดบนภูหลวง คือป่าสนสองใบ สนสามใบ และทุ่งหญ้าตามพื้นที่ราบ เนินเขาและลานหิน
|
| |
|
|
ชาโต เดอ เลย
ตั้งอยู่ห่างจากปากทางเข้าสถานีเกษตรที่สูงภูเรือ-บ้านกกโพธิ์ บนเส้นทางไปอำเภอด่านซ้าย
ประมาณ 3 กิโลเมตร (บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 61 ) ภายในพื้นที่อันกว้างใหญ่ของซาโต เดอ เลย
มีทั้่งไร่ปลูกองุ่นทอดยาวสุดลูกหูลูกตาและโรงงานผลิตไวน์
องุ่นที่นี่มีทั้งองุ่นสำหรับรับประทานสด และองุ่นสำหรับไวน์ องุ่นสำหรับรับประทานสดนั้น
ไม่ค่อยทนต่อสภาพอากาศ จึงต้องปลูกไว้ในที่มีหลังคาคลุมกันฝน ส่วนองุ่นทำไวน์นั้นทนทานกว่า
จึงปลูกในที่โล่งได้ พันธุ์องุ่นที่นี่เป็นพันธุ์ฝรั่งเศล สาเหตุที่สามารถปลูกองุ่นพันธุ์ฝรั่งเศลในอำเภอ
ภูเรือได้ ก็เนื่องจากพื้นที่ของอำเภอภูเรือนั้น มีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับทางตอนใต้ของประเทศ
ฝรั่งเศสในหน้าหนาวมีอุณหภุมิลดต่ำถึง 3 - 4 องศาเซลเซี่ยส พื้นดินเป็นดินทรายและเป็นเนินต่ำ
เหมาะกับการปลูกองุ่นมาก ผลองุ่นที่ผลิตได้จึงมีสภาพใกล้เคียงกับองุ่นที่ปลูกในภาคใต้ของฝรั่งเศส
นักท่องเที่ยวสามารถชมสวนองุ่น ดูการตัดองุ่นสด เยี่ยมชมโรงงานผลิตไวน์รวมทั่งหาซื้อ
องุ่นสดและไวน์ของชาโต เดอ เลย เป็นของฝากติดมือกลับบ้านได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.
|
| |
|
|
สวนลุงวุฒิ (ภูเรือฟลาวเวอร์เซ็นเตอร์)
เมื่อปี 2537 คุณลุงวุฒิ เชยกลิ่นเทศ อายุประมาณ 70 ปี ซึ่งขณะนั้นท่านคิดว่าปั้นปลาย
ชีวิตเมื่อเกษียณจากตำแหน่ง แล้วจะมาผักผ่อนที่อำเภอภูเรือ คุณลุงวุฒิ ได้พัฒนาพันธ์ไม้ดอก
ไม้ประดับชนิดต่างๆ ขึ้นมามากมาย เช่นการปลูกกล้วยไม้เมืองหนาว ซิมปิเดียม ออนซีเดียม
ไม้ใบชนิดต่างๆของญี่ปุ่น เป็นต้น
เมื่อ ปลายปี พ.ศ.2547 คุณลุงได้เสียชีวิตลง กิจการที่ท่านดำเนินการจึงตกทอดมายัง
รุ่นลูก ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้พัฒนาและเพาะพันธ์ไม้ดอกไม้ประดับ ไว้ได้ 100 กว่าชนิด โดยจะมี
พันธ์ไม้ตามฤดูกาล และพันธ์ไม้หลักๆ ไว้มากมาย ในพื้นที่ภายในหมู่บ้านหนองบง ตำบลหนองบัว
อำภอภูเรือ ประมาณ 10 ไร่ และขยายพื้นที่ออกเป็น 300 ไร่เศษ โดยได้ปลูกไม้ผลอีกหลายชนิด
ได้แก่ ลำไย มะคาเดเมีย ลิ้นจี่ แก้วมังกร ฯลฯ ตั้งอยู่ 166 หมู่ 4 ถนน เลย-ด่านซ้ายบ้านหนอง
เสือคราง ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.50 - 17.00 น. |
| |
|
|
พระธาตุศรีสองรัก
ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมาน ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร
หรือห่างจากตัวจังหวัด 83 กิโลเมตร มีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติและวรรณกรรมท้องถิ่น
สร้างโดย ๒ กษัตริย์ คือ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ และกษัตริย์ลาวคือ
พระไชยเชษฐา กษัตริย์ทั้งสองสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยาน ในการช่วยเหลือซึ่งกัน เพื่อต่อสู้
กับพม่า จึงทรงกระทำสัตยาธิษฐานว่าจะไม่ ล่วงล้ำดินแดนของกันและกัน และเพื่อเป็นที่ระลึกใน
การทำไมตรีต่อกัน จึงได้ร่วมกันสร้างพระธาตุศรีสองรักเพื่อเป็นสักขีพยาน ณ กึ่งกลางระหว่าง
แม่น้ำน่านและแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นรอยต่อของทั้งสองราชอาณาจักร
ภายในมีพระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะทิเบตหัวนาคปรกสร้างด้วยศิลา องค์พระพุทธรูป
สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ มีหน้าตักกว้าง 21 นิ้ว สูง 30 นิ้ว ทุกวันขึ้น 15 เดือน 6 ชาวอำเภอด่านซ้าย
หรือ "ลูกผึ้งลูกเทียน" จะร่วมกันจัดงานสมโภชพระธาตุขึ้น โดยจะนำต้นผึ้ง มาถวายพระธาตุถือ
เป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นประจำทุกปี พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี องค์พระธาตุสูง
ประมาณ 30 เมตร |