การผลิตพืชอินทรีย์
 -
   
     หน้าแรก    กรมวิชาการเกษตร       

-
แผนการจัดการศัตรูพืช  แบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้

  1. ก่อนปลูกพืช
    1.1 ในกรณีที่ปลูกพืชด้วยเมล็ดพันธุ์ ควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากศัตรูพืช เช่น โรค แมลงและวัชพืช โดยกรรมวิธีดังนี้
           -  แช่เมล็ดในน้ำร้อนอุณหภูมิ 50 - 55 ํC นาน 10-30 นาที (ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดพันธุ์เพื่อกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดที่ติดมากับเมล็ด
           -  คลุกเมล็ดด้วยเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอม่า, เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis (Bs) ขึ้นอยู่กับชนิดเมล็ดพืชและเชื้อสาเหตุของโรค
           -  ใช้พันธุ์ต้านทานโรค แมลงและ/หรือวัชพืช
    1.2 การเตรียมแปลงเพาะกล้า
           -  อบดินด้วยไอน้ำ
           -  คลุกดินด้วยเชื้อราปฏิปักษ์ เพื่อควบคุมเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคในระยะต้นกล้า
    1.3 การเตรียมแปลงปลูก
           -  ไถพรวนและตากดิน 1-2 สัปดาห์ ในเมล็ดวัชพืชงอกแล้วไถกลบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
           -  ใช้พลาสติกใสที่ไม่ย่อยสลายคลุมแปลง ปลูกเพื่อกำจัดศัตรูพืชในดินโดยใช้แสงแดด
           -  ใช้ปูนโดโลไมท์หรือปูนขาวที่ได้จากธรรมชาติเพื่อปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ของดินให้ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
           -  ใช้น้ำขังท่วมแปลงเพื่อควบคุมโรคและแมลงที่อาศัยอยู่ในดิน
           -  ตากดินให้แห้งเพื่อกำจัดแมลงในดิน
           -  ใส่เชื้อราปฏิปักษ์ เช่น ไตรโคเดอม่า ลงในดินสำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อราบางชนิด

  2. ระยะที่พืชกำลังเจริญเติบโต
    2.1 การควบคุมโรค เมื่อมีการระบาดของโรคให้ปฏิบัติดังนี้
           -  โรยเชื้อราปฏิปักษ์รอบโคนต้น
           -  เก็บชิ้นส่วนของพืชที่เป็นโรคออกจากแปลงปลูกและนำไปเผาทำลาย
           -  ใช้เชื้อแบคทีเรีย Bs พ่นหรือทาแผลที่ต้นพืช

                     สารที่อนุญาตให้ใช้ควบคุมโรค ได้แก่
                     -  กำมะถัน
                     -  บอร์โดมิกซเจอร์
                     -  พืชสมุนไพรและสารสกัดจากสมุนไพร
                     -  คอปเปอร์ซัลเฟต
                     -  คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์
                     -  คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ง
              2.2 การควบคุมแมลง
                     - สำรวจแมลงและศัตรูพืชอื่น ๆ ในแปลงปลูก
                     - หากพบแมลงศัตรูพืชให้ปฏิบัติดังนี้
               *กรณีแมลงศัตรูพืชมีจำนวนน้อย ให้ใช้วิธีการควบคุมทางชีวภาพ ได้แก่
                     -  พืชหรือสารสกัดจากพืชสมุนพี เช่น ดาวเรือง ว่านน้ำ พริก สาบเสือ ฯลฯ
                     -  สารโรตีโนนจากหางไหลแดง
                     -  สารสกัดจากสะเดา
                     -  สารไพเรทรินจากธรรมชาติ
                     -  ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น
                                          -  เชื้อไวรัส NPV
                                          -  เชื้อแบคทีเรีย Bt
                                          -  เชื้อรา เช่น เชื้อราเมตาไลเซี่ยม
                     -  ใช้ตัวห้ำตัวเบียน
                     -  ใช้น้ำสบู่ หรือ น้ำ
                     -  ใช้สารทำหมันแมลง
                     -  ใช้กับดักกาวเหนียว กรณีแมลงศัตรูพืชระบาด
                     -  ใช้กับดักกาวเหนียว/กับดักแสงไฟ เพื่อลดปริมาณแมลง
                     -  ใช้ white oil/ mineral oil ที่ได้จากธรรมชาติ
              2.3 การควบคุมวัชพืช
                     -  ควรกำจัดวัชพืชในระยะก่อนออกดอกหรือติดเมล็ด เพื่อลดปริมาณเมล็ดวัชพืชที่สะสมในดินฤดูต่อไป
                     -  ใช้วิธีทางกายภาพ เช่น การถอน การขุด การตัด ฯลฯ
                     -  ใช้น้ำร้อน/ไอน้ำร้อน
                     -  ปลูกพืชตระกุลถั่วคลุมดิน
                     -  คลุมดินด้วยพลาสติกทึบแสงที่ไม่ย่อยสลาย
                     -  ใช้สารสกัดจากพืช
                     -  ใช้ชีววิธี เช่น แมลง สัตว์ หรือ จุลินทรีย์

            หมายเหตุ
                     1. จุลชีพที่ใช้ในการควบคุมศัตรูพืชทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ต้องไม่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม
                     2. สารอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว หากจะนำมาใช้ในการผลิตพืชอินทรีย์ ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการตรวจสอบและออกใบรับรองก่อน

การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

                -  สารที่ใช้ในการดำเนินการหลังการเก็บเกี่ยวต้องเป็นสารจากธรรมชาติ ยกเว้นสารเคมีสังเคราะห์ที่อนุญาตให้ใช้ได้ตามมาตรฐานนี้
                -  มีแผนการจัดการหรือการบันทึกข้อมูลโรงเก็บ (ware house) ระบุการปฎิบัติ  การควบคุมให้ถูกสุขลักษณะ  ดังนี้
                     - ลักษณะของโรงเก็บสะอาดมีอากาศถ่ายเทสะดวก
                     - มีการป้องกัน นก หนู แมลง ปนเปื้อน
                     - มีการจัดการระเบียบภายในเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน
                     - มีการจัดระเบียบและชี้บ่งผลิตผลแต่ละชนิด ห้ามวางผลิตผลบนพื้น
                     - มีอุปกรณ์ที่จำเป็น/เหมาะสมในการเก็บรักษาผลิตผลแต่ละชนิด
                     - เลือกใช้เครื่องมือ/วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม