หนูศัตรูปาล์มน้ำมัน
หนูป่ามาเลย์
พบมากในสวนป่าละเมาะ ดงหญ้าที่เกิดภายหลังการเปิดป่าใหม่ ป่าโกงกาง พบเฉพาะในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปโดยเฉพาะในสวนปาล์มน้ำมันทางภาคใต้ของประเทศไทยแม้ว่า
หนูชนิดนี้มีอุปนิสัยปีนป่ายต้นไม้คล่องแคล่วแต่เมื่อใช้กรงดักวางบนพื้นดิน หนูชนิดนี้ก็ติดกรงดักได้ง่ายกว่าหนูนาใหญ่
ลักษณะหนูป่ามาเลย์
เป็นหนูขนาดกลาง ขนด้านหลังสีน้ำตาลเขียวมะกอก และจะ
เข้มขึ้นในบริเวณกลางหลัง ขนเรียบนุ่มไม่มีขนแข็งปนขนด้านท้องขาวล้วนหรือขาวปนเทาจาง ขนาดความยาวหัวถึงลำตัว
100 - 180 มม. ความยาวหาง
125 - 198 มม. ความยาวตีนหลัง 28 - 32 มม. ความยาวหู 16 - 22 มม.
น้ำหนักตัว 55 - 152 กรัม นมที่บริเวณคอถึงขาหน้า 2 คู่ บางตัวมีเต้านมคู่ที่ 3 อยู่ชิดคู่ที่ 2 หรือห่างกันไม่เกิน 10 มม. จากคู่ที่ 2 และบางครั้งมีเต้านมคู่ที่ 3 ข้างเดียว และที่บริเวณขาหลัง 3 คู่ หนูป่ามาเลย์เพศเมียสามารถผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 84 วัน เพศผู้เมื่ออายุ 163 วัน ระยะตั้งท้องนาน
21 - 22 วัน จำนวนลูกต่อครอก 5 ตัว วงรอบเป็นสัดทุก ๆ 5 - 8 วัน ในสวนปาล์มน้ำมันประเทศมาเลเซีย เพศเมียสามารถให้ลูกต่อครอก 4 - 10 ตัว อายุขัยในสภาพ
สวนปาล์มน้ำมัน 7 - 8 เดือน ระยะหากินของเพศผู้โดยเฉลี่ย 30 เมตรเพศเมีย
ประมาณ 25 เมตร |
 |
ลักษณะการทำลาย
หนูป่ามาเลย์ชอบกินดอกตัวเมียและดอกตัวผู้ ตลอดจนลูกปาล์มน้ำมันทั้งดิบและสุก เมื่อหนูป่ามาเลย์กินลูกปาล์มน้ำมันที่ร่วงบนพื้นดิน มันจะขนลูกปาล์มน้ำมันไปกินใต้กองทางใบ
หนูป่ามาเลย์จะเริ่มเข้าทำลายปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่ปาล์มปลูกใหม่จนถึงต้นปาล์มสิ้นอายุการให้ผลผลิต และจะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว จึงเป็นศัตรูปาล์มน้ำมันที่สำคัญที่สุด
หนูพุกใหญ่หรือหนูแผง
หนูพุกใหญ่หรือหนูแผง
พบทั่วประเทศในพื้นที่เกษตรกรรมที่มีดงหญ้าคา หญ้าขน เป็นศัตรูสำคัญในนาข้าว พืชไร่ และในสวนปาล์มน้ำมันที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี โดยเฉพาะบริเวณที่มีวัชพืชขึ้นในพื้นที่
ลักษณะหนูพุกใหญ่
เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ คือ ตัวเต็มวัยความยาวหัวและลำตัว 246 มม. ความยาวหาง 244 มม. ความยาวตีนหลัง 56 มม. ความยาวหู 30 มม. น้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 480 กรัม
วัยเจริญพันธุ์อายุประมาณ 4 เดือนขึ้นไป เพศเมียมีวงรอบเป็นสัด 5 - 8 วัน ระยะตั้งท้อง 23 - 30 วัน ให้ลูกปีละ 2 ครอก ๆ ละ 5 - 8 ตัว
ลักษณะการทำลาย
กัดกินโคนต้นอ่อน ทางใบ และลูกปาล์มน้ำมันที่อยู่ใกล้กับพื้นดินเท่านั้น เนื่องจากเป็นหนูขนาดใหญ่ จึงไม่ชอบปีนป่ายต้นไม้
หนูบ้านท้องขาว
หนูบ้านท้องขาว
พบทั่วประเทศทั้งในนาข้าว พืชไร่ ไม้ผล บ้านเรือน สวนผลไม้ต่าง ๆ และสวนปาล์มน้ำมันตั้งแต่เริ่มปลูกใหม่ จนถึงต้นปาล์มสิ้นอายุการให้ผลผลิต
 |
ลักษณะหนูบ้านท้องขาว
เป็นหนูขนาดกลาง น้ำหนักตัวประมาณ 140 - 250 กรัม ความยาวหัวถึงลำตัว 182 มม. ความยาวหาง 188 มม. ความยาวตีนหลัง 33 มม. ความยาวหู 23 มม. นมที่ท้องบริเวณคอถึงขาหน้า 2 คู่ ที่บริเวณขาหลัง 3 คู่ ขนด้านหลังสีน้ำตาล ขนที่ท้องสีขาวนวล ตีนหลังสีขาว หน้าค่อนข้างแหลม หูใหญ่กว่าหนูชนิดอื่น เมื่อเทียบกับหน้า ผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 130 วัน ระยะตั้งท้องนาน 21 - 23 วัน จำนวนลูกต่อครอก 7.2 ตัว วงรอบเป็นสัดทุก ๆ 4 วัน ในสภาพมีอาหารสมบูรณ์ มีลูกได้ตลอดปี |
ลักษณะการทำลาย
กัดกินทางใบและโคนต้นปาล์มเล็ก
ลักษณะการทำลายที่เกิดจากหนู
|
|
การทำลายที่เกิดจากหนูในปาล์มระยะปลูกใหม่ |
โคนต้นปาล์มถูกกัดแทะ |
| |
|
|
|
การทำลายที่เกิดจากหนู ปาล์มระยะให้ผลผลิต |
ทะลายหนูถูกกัดกิน |
ข้อพิจารณาในการป้องกันกำจัดหนู
- เมื่อต้นปาล์มยังมีขนาดเล็ก (1 - 3 ปี) ถ้าพบความเสียหายแม้เพียงต้นเดียว ก็ควรดำเนินการป้องกันกำจัดทันที
- เมื่อต้นปาล์มให้ผลผลิตแล้วหมั่นสำรวจทะลายปาล์มถ้าพบรอยทำลายใหม่ในผลดิบบนต้น ซึ่งสังเกตจากรอยกัดผลปาล์มยังเขียวสดไม่แห้ง ตั้งแต่ 5% คือ ใน 100 ต้น พบรอยทำลายใหม่ 5 ต้นขึ้นไป ให้ทำการป้องกันกำจัดทันที
วิธีป้องกันกำจัดหนู
ควรใช้วิธีการป้องกันกำจัดหนูโดยวิธีผสมผสาน ดังนี้
1. ตอนปลูกควรใช้ตาข่ายหุ้มรอบโคนต้นปาล์ม ทำตอนปลูกเพื่อชะลอหรือขัดขวางไม่ให้หนูกัดต้นปาล์มได้สะดวก
2. การล้อมตี
3. การดัก โดยใช้กรงดักและกับดักชนิดต่าง ๆ เช่น กับดักตีตาย บ่วง ด้วง กับฟ้าผ่า แร้วคันใต้
4. วิธีเขตกรรม หมั่นถางหญ้ารอบต้นปาล์ม เพื่อไม่ให้เป็นที่หลบกำบังของหนู
วิธีเขตกรรม |
 |
 |
 |
การล้อมตีหนู |
กรงดักเป็น |
กับดักด้วง |
 |
 |
 |
กับดักด้วง |
กับดักฟ้าผ่า |
กับดักฟ้าผ่า |
 |
 |
 |
แร้วคันใต้ |
กะต่ำ |
เสือตบตูด |
 |
 |
|
บ่วงรัดหรือบ่วงลวด |
กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น |
|
5. วิธีธรรมชาติ คือการอนุรักษ์สัตว์ศัตรูธรรมชาติ เช่น งูสิง งูแมวเซา งูแสงอาทิตย์ งูเห่า พังพอง เหยี่ยว นกเค้าแมว และนกแสก สัตว์เหล่านี้จะนับหนูกินเป็นอาหาร
 |
 |
 |
งูสิงธรรมดา |
งูทางมะพร้าวธรรมดา |
งูเหลือม |
| |
|
|
 |
 |
 |
งูเห่าหม้อ |
แมวดาว |
ชะมดแผงสันหางปล้อง |
| |
|
|
 |
 |
|
นกแสก |
รังนกแสก |
|
6. ป้องกันโดยใช้สารเคมี
6.1 สารเคมีประเภทออกฤทธิ์เฉียบพลัน ซิงค์ฟอสไฟด์ เป็นสารที่ออกฤทธิ์เร็ว เมื่อหนูกินเหยื่อพิษเข้าไปจะตายภายใน 3 - 24 ชั่วโมง อัตราส่วนที่ใช้ผสมคือซิงค์ฟอสไฟด์ 80 % ชนิดผง 1 กรัม ผสมกับเหยื่อคือ ปลายข้าว 75 กรัม ผสมมะพร้าวขูดที่คั่วให้หอม 3 กรัม คลุกให้เข้ากัน หากบนพื้นที่วางเหยื่อมีมดมากให้ผสมสารฆ่าแมลง เซฟวิน 85 ชนิดผงครึ่งช้อนชา
คลุกให้ทั่วก่อนนำไปใช้ การใช้ซิงค์ฟอสไฟด์กำจัดหนูควรใช้ครั้งเดียวในพื้นที่ หรือในฤดูที่หนูระบาดมากเพื่อลดประชากรหนูให้ต่ำลงทันทีให้วางเหยื่อพิษบนเส้นทางหากินของหนู หรือที่
โคนต้นปาล์มที่มีร่องรอยความเสียหายใหม่บนทะลายต้นละ 1 ช้อนชา ควรใช้ใบไม้แห้งหรือเศษกระดาษรองเหยื่อพิษ เพื่อป้องกันความชื้นจากดิน ถ้ามีน้ำค้างมาก ควรใช้ใบไม้ ใบปาล์ม
หรือเศษไม้ทำหลังคาคลุมไว้ และต้องระวังสัตว์เลี้ยง เช่น เป็ด ไก่ สุนัข ฯลฯ ไม่ให้กินเหยื่อพิษ เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต
ข้อควรระวังสำหรับการใช้เหยื่อพิษซิงค์ฟอสไฟด์
ห้ามใช้มือเปล่าคลุกสารฆ่าหนูในการวางเหยื่อ และควรคลุกเหยื่อพิษในที่มีการระบายอากาศดี
ต้องวางในที่ที่ปลอดภัยจากเด็ก และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ จุดที่วางเหยื่อพิษไม่ควรวางเกิน 5 กรัมต่อจุด
ไม่ควรใช้ในวันที่ฝนตก เพราะเมื่อเหยื่อพิษถูกความชื้นจะเสื่อมสภาพ
6.2 สารเคมีประเภทออกฤทธิ์ช้า ชนิดหนู หนูนาใหญ่ หนูท้องขาว หนูป่ามาเลย์ หนูบ้านมาเลย์ หนูพุกใหญ่ หนูฟันขาวใหญ่
สารป้องกันกำจัดสัตว์ศัตรู (1)
o โบรไดฟาคูม (คลีแร็ต 0.005 %)
o โฟลคูมาเฟน (สะตอม 0.005 %)
o โบรมาดิโอโลน (เส็ด 0.005 %)
o ไดฟีธิอาโลน (บาราคี 0.00255 %)
อัตราการใช้ 1 ก้อน/ปาล์มน้ำมัน 1 ต้น
 |
 |
 |
ภาชนะใส่เหยื่อพิษ |
ใส่ยาพิษในกะลา |
ใช้ถุงปุ๋ยทำหลังคา |

|