สถานการณ์และยุทธศาสตร์พลังงาน

การผลิตไบโอดีเซล

 โรคบราวน์เยิม
โรคที่เกิดจากเชื้อ
โรคแอนแทรคโนส
โรคใบไหม้
โรคใบจุด
โรคบลาส
โรคทางใบบิด
โรคใบจุดสาหร่าย
โรคลำต้นเน่า
โรคลำต้นส่วนบนเน่า
โรคผลร่วง
โรคทะลายเน่า

 

 

การเก็บตัวอย่าง และวิเคราะห์ตัวอย่างดิน

       การเก็บตัวอย่างดิน เพื่อการวิเคราะห์คุณสมบัติของดินทั้งกายภาพและเคมีเป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ไปใช้ประเมินสภาพของดินและองค์ประกอบต่าง ๆ ทางเคมีที่มีอยู่ในดิน เพื่อประกอบการจัดการดิน การวางแผนปรับปรุงดิน ตลอดจนการกำหนดชนิดและวิธีการใส่ปุ๋ย

การวิเคราะห์คุณสมบัติของดิน ทำได้ใน 2 ลักษณะคือ
       1. การวิเคราะห์ทางกายภาพ (Physical property) เช่น ส่วนประกอบของดิน (sand silt clay) ความลึกของดิน ความลาดเท การระบายน้ำ เป็นต้น ในทางปฏิบัติการแก้ไขคุณสมบัติทางกายภาพของดินเป็นเรื่องยาก ใช้้ต้นทุนสูง มักไม่ค่อยมีการปฏิบัติข้อมูลที่ได้จึงมักใช้ในการตัดสินใจเบื้องต้นสำหรับการปลูกปาล์มน้ำมัน
       2. การวิเคราะห์ทางเคมีของดิน (Chemical property) ปกติในพื้นที่ที่ปลูกปาล์มน้ำมันโดยทั่วไป จะทำการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของดินคือ ความเป็นกรด - ด่าง (pH)
ความต้องการปูน (Lime requirement) อินทรียวัตถุ (Organic matter ) ความสามารถในการนำไฟฟ้า ( Electrical conductivity ) ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ( Available phosphorus ; P2O5 ) โปแตสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และ (Cation Exchange Capacity ; CEC) เพื่อช่วยในการตัดสินใจ สำหรับการปฏิบัติต่าง ๆ ในสวนปาล์มน้ำมัน และความต้องการปุ๋ยเคมีในสวนปาล์มน้ำมัน

การเก็บตัวอย่างดินเพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมี
       1. จุดที่ทำการเก็บตัวอย่างดินควรให้ใกล้เคียงกับต้นเก็บตัวอย่างใบ
       2. ในแต่ละจุดที่ทำการเก็บตัวอย่างดิน ควรเก็บที่ระดับความลึก 0 - 20 ซม. และ 20 - 40 ซม. จากทั้ง 2 ตำแหน่งคือ บริเวณที่เคยใส่ปุ๋ยเคมี และบริเวณใต้กองทางใบ ดินทั้ง 2 ตำแหน่งนี้ต้องแยกวิเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบปริมาณธาตุอาหารในแต่ละจุด
       3. ตัวอย่างดินที่เก็บมาทั้ง 2 ตำแหน่ง ตำแหน่งละ 2 ชุด รวม 4 ชุด แต่ละชุดให้นำมารวมกันคลุกเคล้าให้ทั่วถึง แล้วแบ่งตัวอย่างดินที่ คลุกเคล้าแล้วออกเป็น 2 ถุง ๆ ละ ประมาณ 200 - 500 กรัม ตัวอย่างหนึ่งส่งห้องปฏิบัติการ เพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมี ส่วนอีกตัวอย่างหนึ่งเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง สำรองไว้ในกรณีที่ตัวอย่างแรกมีปัญหาในการวิเคราะห์
       4. ตัวอย่างดินควรเก็บในถุงที่ปิดสนิท และบันทึกรายละเอียดสถานที่ วัน เวลา ให้ชัดเจน ส่งห้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุด
       5. ผลการวิเคราะห์คุณสมบัติดินที่ได้นั้น เป็นเพียงเครื่องมือชี้นำในการจัดการเท่านั้น ควรทำการเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ดินควบคู่ไปกับผลการวิเครา่ะห์ใบปาล์มน้ำมันด้วย โดยทั่วไปควรทำการวิเคราะห์ดินทุก ๆ 3 - 5 ปี ยกเว้นกรณีดินที่มีปัญหา เช่น ดินพรุ
       6. ไม่ควรเก็บตัวอย่างดินในช่วงแล้งจัด หรือดินมีความชื้อสูงมาก การเก็บตัวอย่างดินควรเก็บในช่วงเวลาเดียวกันในแต่ละปี ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงต้นฤดูฝน ก่อนการใส่ปุ๋ยครั้งแรก และควรเก็บตัวอย่างดินหลังการใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายประมาณ 3 เดือน

การประเมินคุณสมบัติของดินจากผลการวิเคราะห์ทางเคมี

 

ตารางที่ 10 การประเมินคุณสมบัติทางเคมีของดินเบื้องต้น

สมบัติทางเคมี
ระดับความเหมาะสมที่ใช้ในการประเมิน
ต่ำกว่า
ต่ำ
ปานกลาง
สูง
pH
<3.5
4.0
4.2
5.5
อินทรียวัตถุ (%)
<0.8
1.2
1.5
2.5
Tatal N (%)
<0.08
0.12
0.15
0.25
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (ppm)
<8.0
15.0
20.0
25.0
ฟอสฟอรัสทั้งหมด (ppm)
<120
200
250
400
โปแตสเซียม (ppm)
<32.0
80.0
100.0
120.0
โปแตสเซียม (cmol/kg)
<0.08
0.20
0.25
0.30
แมกนีเซียม (ppm)
<20.0
50.0
75.0
100
แมกนีเซียม (cmol/kg)
0.80
0.20
0.25
0.30
ทองแดงที่เป็นประโยชน์ (ppm)
<4.0
<5.0
5.0
>6.0
C.E.C (meq/100กรัม)
<6.0
12.0
15.0
18.0

หมายเหตุ
              "Ca/Mg มากกว่า 6 แสดงว่าขาดแมกนีเซียม ถ้าน้อยกว่า 4 ไม่ต้องใส่แมกนีเซียมเพิ่มเ้ติม"
              mg/kg = ppm และ cmol/kg = meq/100g

              สำหรับความต้องการปูน (Lime requirement) หมายถึงในพื้นที่ที่ต้องการปลูกพืช แต่สภาพของดินเป็นกรด (pH ต่ำ) ไม่เหมาะสำหรับการปลูกพืชจำเป็นต้องปรับ pH ของดิน
ให้สูงขึ้น โดยการใช้ปูนชนิดต่าง ๆ ในที่นี้การวิเคราะห์ความต้องการปูนเป็นปริมาณ CaO (ปูนสุก) กก./ไร่ เพื่อจะปรับ pH ของดินให้อยู่ในระดับ 7 สำหรับชนิดของปูนที่ใช้ในการปรับปรุงดิน
มีหลายชนิด เช่น ปูนสุกหรือ ปูนขาวเผา (CaO), หินปูนบดละเอียด (CaCO3), โดโลไมท์ (MgCa(CO3)2), ปูนขาวจากเปลือกหอยเผา (Ca(OH)2) ซึ่งแต่ละชนิดสามารถปรับ pH ของดินได้ต่างกัน การเลือกใช้ชนิดของปูนจึงขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่าย และความสะดวกในการขนส่งเป็นหลักอย่างไรก็ตามในแหล่งที่มีปูนโดโลไมท์ แนะนำให้ใช้ปูนชนิดนี้ เพราะนอกจากจะปรับสภาพของดินแล้ว ยังสามารถให้ปุ๋ยแมกนีเซียมอีกด้วย การเปลี่ยนจากปูนสุก หรือ ปูนขาวเผา (CaO) เป็นปูนโดโลไมท์ (MgCa(CO3)2) คูณด้วย 1.64 (โดยน้ำหนัก)

 

การเก็บตัวอย่างใบปาล์มน้ำมัน

เครื่องมือ
              1. เสีึยมหรือเคียวสำหรับตัดทางใบ
              2. กรรไกรตัดแต่งสำหรับตัดใบย่อย

อุปกรณ์
              1. ถุงสำหรับใส่ตัวอย่างใบและป้ายชื่อ
              2. ปากกาสีสังเคราะห์แบบถาวร (marker pen)
              3. น้ำกลั่น
              4. ผ้าสะอาด

เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บตัวอย่างใบ

 

ขั้นตอน
              1. เก็บตัวอย่างใบปาล์มน้ำมันจากทางใบที่ 17 และเก็บจากต้นที่กำหนดไว้ในการเก็บตัวอย่างใบ เพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
              2. ให้เก็บตัวอย่างปาล์มน้ำมัน ในแต่ละแปลงย่อยของสวนอย่างน้อยประมาณ 1%
              3. ทำการบันทึกต้นที่ผิดปกติ หรือต้นแสดงอาการขาดธาตุ N, P, K, Mg, B และ Cu
              4. เก็บตัวอย่างในตำแหน่งทางใบที่ 17 โดยให้นับจากใบแรกที่เปิดเต็มที่แล้ว ที่บริเวณยอดของปาล์มน้ำมัน (ทางที่ 1) แล้วนับลงมา 2 รอบ (รอบของปาล์มน้ำมัน คือ 8 ทาง/รอบ)
ตัดทางใบรอบที่ 3 ในแนวใกล้เคียงกับทางที่ 1
              5. ตัดใบย่อยบริเวณตรงกลางทาง จำนวน 3 - 6 ใบย่อยของแต่ละด้าน
              6. ใบย่อยทั้งหมด ให้ตัดส่วนปลายทั้งสองข้างออก ให้เหลือตรงกลาง 20 - 30 เซนติเมตร
              7. นำใบย่อยทั้งหมดที่ทำการเก็บตัวอย่างจากแต่ละแปลงย่อย ใส่รวมกันในถุงพลาสติกที่เขียนป้ายบอกแปลงเรียบร้อยแล้ว
              8. ใบย่อยทั้งหมดที่ตัดแล้ว ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด หรือเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำ โดยต้องระวังไม่ให้แต่ละตัวอย่างปนกัน
              9. เอาก้านทางใบ และขอบใบออก ส่วนแผ่นใบที่เหลือให้รีบนำส่งห้องปฏิบัติการโดยเร็ว ข้อควรระวัง ให้เก็บไว้้ในที่ร่ม แห้ง และเย็น

เวลา
              1. ให้ทำในเวลาเดียวกันของแต่ละปี ปีละครั้ง โดยหลีกเลี่ยงช่วงฝนตกหนักหรือแล้งจัด
              2. การเก็บตัวอย่างใบในแต่ละครั้ง ควรเก็บหลังจากใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายอย่างน้อย 3 เดือน จะไม่ทำให้ผลของปุ๋ยเหล่านั้นกระทบต่อผลการวิเคราะห์

การบันทึก
              1. วันที่ทำการเก็บตัวอย่าง
              2. จำนวนต้นที่ทำการเก็บตัวอย่าง
              3. อาการผิดปกติที่พบเห็นในระหว่างการเก็บตัวอย่าง

 

 

ลักษณะการเวียนของทางใบปาล์มน้ำมัน

 

 

 

ตำแหน่งทางใบที่ 1, 9, 17 และ 25

 

 

 

ขั้นตอนการทำตัวอย่างใบก่อนนำไปอบ

 

 

 

ขั้นตอนใบปาล์มน้ำมันก่อนและหลังการอบ และการบดละเอียด