สถานการณ์และยุทธศาสตร์พลังงาน

การผลิตไบโอดีเซล

 โรคบราวน์เยิม
โรคที่เกิดจากเชื้อ
โรคแอนแทรคโนส
โรคใบไหม้
โรคใบจุด
โรคบลาส
โรคทางใบบิด
โรคใบจุดสาหร่าย
โรคลำต้นเน่า
โรคลำต้นส่วนบนเน่า
โรคผลร่วง
โรคทะลายเน่า

 

 

ประวัติและลักษณะกลุ่มพันธุ์ปาล์มน้ำมัน

เชื้อพันธุ์แม่
          DELI DURA เป็น DURA ที่ใช้เป็นแม่พันธุ์แพร่หลายมากที่สุดแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นพันธุ์ที่แหล่งปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมันเกือบทุกแห่งทั่วโลกคัดเลือกเป็นต้นแม่ในการผลิต
เมล็ดพันธุ์ แหล่งพันธุ์นี้ มีประวัติว่าได้นำมาจากแอฟริกาเมื่อปี 1848 ปลูกที่สวนพฤกษศาสตร์ที่เมือง DELI ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 4 ต้น หลังจากนั้นก็นำไปปลูกที่เกาะสุมาตรา ส่วนหนึ่งปลูกที่เมือง DELI จากการคัดเลือกได้ต้นที่มีลักษณะดี จึงเรียกชื่อว่า DELI DURA ตามชื่อเมืองในปี 1922 เมื่อนำมาปลูกเป็นการค้าในเกาะสุมาตราลักษณะสำคัญ คือให้ผลผลิต ทะลายสดสูงและสม่ำเสมอ ผลผลิตน้ำมันสูง ดังนั้น เชื้อสาย DELI DURA จึงถูกนำไปปลูกในที่ต่าง ๆ ทั่วโลกแม้กระทั่งแอฟริกาถิ่นดั้งเดิม ในประเทศมาเลเซีย ก็ใช้ DELI DURA เป็นหลักในการผลิตเมล็ดพันธุ์ ซึ่งชื่อเรียกต่าง ๆ กันเช่น Serdang Dura, Ulu Remis, Johor Labis ดังนั้นการปรับปรุงพันธุ์ทุกแห่งที่ใช้ DELI DURA เป็นต้นแม่จะมีบรรพบุรุษมาจากต้นปาล์มเพียง 4 ต้นเท่านั้นเอง และปัจจุบัน ต้นปาล์มทั้ง 4 ต้นตายหมดแล้ว

ต้นแม่พันธุ์ Deli Dura ที่สวนพฤกษศาสตร์ โบกอร์

 

          DUMPY DURA เป็นปาล์มน้ำมันที่มีลักษณะต้นเตี้ย ลำต้นและทะลายใหญ่ การติดผลสูง ใช้เป็นแม่พันธุ์ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ในอินโดนีเซีย มีประวัติพันธุ์ว่าได้คัดเลือกต้นมาจาก
กลุ่มพันธุ์ DELI DURA
          AFRICAN DURA เป็นพันธุ์แม่ดูราที่มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปแอฟริกา และศูนย์วิจัยต่าง ๆ ในประเทศแถบแอฟริกานิยมใช้เป็นแม่พันธุ์ในการปรับปรุงพันธุ์ แต่แม่พันธุ์ชนิดนี้มี
ข้อด้อย คือ ลำต้นสูงเร็ว และขนาดทะลายเล็ก

เชื้อพันธุ์พ่อ
          AVROS เป็นพันธุ์ที่ใช้เป็นพันธุ์พ่อ โดยสถาบัน AVROS ประเทศอินโดนีเซียได้รับมาจากสวนพฤกษศาสตร์ EALA ประเทศแซร์ คัดเลือกได้สายพันธุ์ที่ดีเด่นเรียกว่า SP540 ที่มีลักษณะดี ซึ่งใช้เป็นพ่อพันธุ์ในการปรับปรุงพันธุ์ และผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม Deli x AVROS แพร่หลายที่สุด ในปี 1935 สถาบันAVROSได้สร้างคู่ผสม Deli Durax SP 540 ซึ่งพบว่าให้ผลดีกว่า Deli Dura ที่ปลูกเป็นการค้าในขณะนั้น และลูกผสมนี้ก็ยังคงลักษณะให้ผลผลิตได้ดี มีความสม่ำเสมอ ใช้ปลูกในทวีปเอเซียและอเมริกา ลูกผสม Deli x AVROS มีลักษณะสูงเร็ว กะลาบาง ผลเป็นรูปไข่ ผลให้ผลิตน้ำมันสูง และมีลักษณะต่าง ๆ ค่อนข้างสม่ำเสมอ

ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ AVROS ที่ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี


          YANGAMBI เป็นพันธุ์พ่อที่มีพันธุกรรมใกล้ชิดกับ AVROS มีถิ่นกำเนิดในประเทศแซร์ ทวีปแอฟริกา ดังนั้นลักษณะลูกผสมที่มีพันธุ์พ่อกลุ่ม Yangambi จะมีลักษณะคล้ายลูกผสม
ที่มีพันธุ์พ่อจากกลุ่มพันธุ์ AVROS

ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ Yangambi ที่ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี


          La Me มีการปรับปรุงพันธุ์ที่เมือง LA ME ประเทศไอวอรีโคสต์ ลักษณะของลูกผสมที่มีพ่อพันธุ์เป็นกลุ่ม LAME จะมีต้นเตี้ย ผลเล็ก มีลักษณะเป็นรูปหยดน้ำ ทะลายมีขนาดเล็ก กะลาหนากว่าลูกผสมอื่น ๆ ขนาดเมล็ดในเล็กแต่เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง ลักษณะเด่น คือ ก้านทะลายยาว ทำให้การเก็บเกี่ยวง่าย สถาบัน CIRAD (IRHO) ประเทศไอวอรีโคสต์ผลิตลูกผสม Deli x La Me จำหน่าย

ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ La Me ที่ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี           

          EKONA เป็นพันธุ์ที่มีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ ในประเทศแคเมอรูน มีบางสายพันธุ์ต้านทานต่อโรค vascular wilt ลักษณะต้นเตี้ย และให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงกว่าพันธุ์จากกลุ่มอื่น ๆ แต่ผลผลิตน้ำมันด้อยกว่าลูกผสม Deli x AVROS เล็กน้อย ปัจจุบันบริษัท ASD ประเทศคอสตาริก้าผลิตลูกผสม Deli x Ekona จำหน่าย ส่วนเชื้อพันธุ์ EKONA ที่มีประวัติว่าได้จากการรวบรวมเชื้อพันธุ์จากเมือง Bamenda ซึ่งเป็นเขตที่สูง อากาศหนาวเย็น ลักษณะของปาล์มน้ำมันพันธุ์นี้จึงมีการปรับตัวกับสภาพอุณหภูมิต่ำได้

ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ Ekona ที่ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี


          Calabar พันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดเดิมจาก CALABAR ประเทศไนจีเรีย ทวีปแอฟริกา ลูกผสมที่ใช้ CALABAR เป็นพันธุ์พ่อ พบว่าเจริญเติบโตได้ดีในสภาพฝนตกชุก ความชื้นสูงและในสภาพที่แสงแดดน้อย (ต่ำกว่า 360 แคลอรี/เซนติเมตร/วัน) สีผลเป็นแบบ virescens (ผลดิบมีสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อสุก) ปัจจุบันบริษัท ASD ประเทศคอสตาริก้าได้ผลิตพันธุ์ลูกผสม
Deli x Calabar จำหน่าย

ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ Calabar ที่ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี

ี           Tanzania พันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดเดิมจากประเทศแทนซาเนีย และเชื้อพันธุ์นี้ที่ประเทศไทยได้รับมาจากเมือง Kigoma ลักษณะเด่นที่ปรากฏ คือ กะลาบาง ปัจจุบันบริษัท ASD ประเทศ
คอสตาริก้า ได้ผลิตพันธุ์ลูกผสม Deli x Tanzania จำหน่ายเช่นกัน

ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ Tanzania ที่ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี

พันธุกรรมของปาล์มน้ำมัน
          ปาล์มน้ำมัน Elaeis guineensis Jacq. มีการจำแนกต้นตามความแตกต่างของลักษณะผล (fruit type) เป็นผลเนื่องจากการแสดงออกของยีนควบคุมความหนาของกะลา ซึ่งมี 1 คู่ (single gene) ได้ 3 แบบ ดังนี้
          1. ลักษณะดูรา (Dura) มีกะลาหนา 2 - 8 มิลลิเมตร และไม่มีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา มีชั้นเปลือกนอกบาง 35 - 60 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล มียีนควบคุมเป็นลักษณะเด่น (dominent) Sh+Sh+
          2. ลักษณะเทเนอรา (Tenera) มีกะลาบาง ตั้งแต่ 0.5 - 4 มิลลิเมตร มีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา มีชั้นเปลือกนอกมาก 60 - 90 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล ลักษณะเทเนอรา (Sh+Sh-) เป็น heterozygous เกิดจากการผสมข้ามระหว่างลักษณะดูรากับพิสิเฟอรา
          3. ลักษณะพิสิเฟอรา (Pisifera) ยีนควบคุมลักษณะผลแบบนี้เป็นลักษณะด้อย (recessive, Sh-Sh-) ลักษณะผลไม่มีกะลาหรือมีกะลาบาง มีข้อเสีย คือ ช่อดอกตัวเมียมักเป็นหมัน (abortion) ทำให้ผลฝ่อลีบ ทะลายเล็กเนื่องจากผลไม่พัฒนา ผลผลิตต่ำมาก ไม่ใช้ปลูกเป็นการค้าการที่มีต้นพิสิเฟอราปรากฏในสวนปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอราที่ปลูกเป็นการค้า เป็นตัวบ่งชี้ว่าเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันนั้น มาจากแหล่งผลิตที่มีการผลิตลูกผสมที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจพบต้นพิสิเฟอรามีช่อดอกตัวเมีย 2 แบบ คือ female fertile และ female infertile โดยต้นฟิสิเฟอราที่มีการพัฒนาของผลมาจากช่อดอกแบบ female infertile จะมีทะลายฝ่อและลำต้นใหญ่มาก ส่วนลักษณะ female fertile พบว่าอาจมีเนื้อในขนาดเล็กปรากฏในบางผล

ลักษณะ ดูรา เทเนอรา และฟิสิเฟอรา

 

ปาล์มน้ำมัน ฟิสิเฟอรา ลักษณะทะลายมีผลฝ่อ ผลผลิตต่ำ

 

การผสมข้ามระหว่างปาล์มน้ำมันแบบต่างๆ จะเกิดการกระจายตัวในรุ่นลูก ดังนี้

คู่ผสม
ประชากรที่ได้ในรุ่นลูก F1
DURA
(Sh + Sh +)
TENERA
(Sh + Sh -)
PISIFERA
(Sh – Sh-)
DURA x PISIFERA
-
100%
-
TENERA x PISIFERA
-
50%
50%
DURA x TENERA
50%
50%
-
TENERA x TENERA
25%
50%
25%

 

 

องค์ประกอบของผลปาล์มน้ำมันและการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของผลปาล์มน้ำมัน
ระหว่างดูรา x พิสิเฟอรา

 

 

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของผลปาล์มน้ำมันระหว่าง เทเนอรา x เทเนอรา