ผลิใบ ขยายผล
แสงมณี  ชิงดวง

3 บุคคลดีเด่น ด้านการอารักขาพืช ประจำปี 2554

          เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการอารักขาพืชแห่งชาติ ครั้งที่ 10  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการประชุม
วิชาการระดับชาติที่เกิดขึ้นภายใต้การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554

           การประชุมวิชาการอารักขาพืชแห่งชาติ เกิดจากความร่วมมือกันของ 6 สมาคม  คือสมาคมกีฎและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย  สมาคมนัก
โรคพืชแห่งประเทศไทย  สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย  สมาคมอารักขาพืชแห่งประเทศไทย สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย
และสมาคมคนไทยธุรกิจ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2536 และจัดเรื่อยมาเป็นประจำทุก 2 ปี  โดยจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นแกนนำการจัด
การประชุมฯ

           หนึ่งกิจกรรมที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง คือ การมอบรางวัลบุคคลดีเด่น ด้านการอารักขาพืช  เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแทนคำขอบคุณ
ที่ท่านเหล่านั้นได้ทุ่มเทแรงกาย  แรงใจในการทำคุณประโยชน์ให้แก่วงการอารักขาพืชของประเทศไทย      รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักวิจัย
รุ่นหลัง ที่จะเพียรพยายาม ปฏิบัติงานด้านการอารักขาพืชให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

           ในการประชุมฯ ครั้งนี้ มีผู้ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่น ด้านการอารักขาพืช จำนวน 3 ท่าน ดังนี้

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุธรรม  อารีกุล

           หลังจากท่านได้รับปริญญากสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต  เมื่อปี พ.ศ. 2496 แล้ว          ท่านได้รับทุนเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่
มหาวิทยาลัยโอเรกอน    และระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันสเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา    สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกเมื่อ พ.ศ.
2501 นับได้ว่า ศ.ดร.สุธรรม จบปริญญาเอกทางกีฎวิทยาเป็นคนแรกของประเทศไทย


ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุธรรม  อารีกุล

           ศ.ดร.สุธรรม   เริ่มชีวิตการทำงานในตำแหน่งอาจารย์ตรี  คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์        จนระดับสูงสุดที่ดำรงตำแหน่ง คือ
ศาสตร์จารย์ ระดับ 11 ตำแหน่งนักบริหาร  คือ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์       ท่านเป็นคนที่ทุ่มเทในการปฏิบัติ   เพื่อความก้าวหน้า
ของภาควิชากีฎวิทยามาโดยตลอด     ยึดมั่นในแนวทางการสร้างบุคลากรของประเทศในด้านวิชาการกีฎวิทยา  มุ่งมั่นในการสอนให้ลูกศิษย์เรียนรู้
และเข้าใจอย่างลึกซึ้งในศาสตร์ของแมลง

          ท่านได้สร้างผลงานทางวิชาการจนได้รับรางวัลทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศไว้มากมาย เช่น

          -  ได้รับเกียรติในการใช้ชื่อสกุล เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของแมลงชนิดหนึ่งที่ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2517 โดย Dr. C.H. Martin แห่งมลรัฐอริโซนา
เป็นผู้ตั้งชื่อ Annophilomima areekuli

          -   พ.ศ. 2521 ได้รับโล่รางวัลนักวิจัยดีเด่นสาขาพืช   ในเรื่องการเจริญเติบโตและผลผลิตไพรีทรัม ที่ปลูก ณ ดอยอ่างขาง จากการประชุม
วิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาวิจัยแห่งชาติ

          -  พ.ศ. 2525  ได้รับเกียรติบัตรแห่งคำนิยม (Certificate of Appreciation) ในฐานะที่ได้ทำการวิจัยและผลิตผลงานเรื่องไพรีทรัม  และใน
พ.ศ. 2526 ได้รับเกียรติบัตรแห่งคำนิยม  ในฐานะที่ประสบผลสำเร็จในการวิจัยเกี่ยวกับผึ้งโพรงไทย   และแมลงผสมเกสรในพื้นที่เกษตรที่สูงของ
ไทย จากกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา  รวมถึงเกียรติบัตรรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น Washington State University Alumni Awared  จากสมาคม
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตันสหรัฐอเมริกา ในฐานะที่มีผลงานดีเด่น   ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ  และการพัฒนาในวงการเกษตร
นำชื่อเสียงสู่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ

          -  พ.ศ. 2529  ได้รับเกียรติบัตรรางวัล   ผลงานวิจัยดีเยี่ยม ในเรื่องการวิจัยเพื่อค้นหาพืชของไทย    ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัด
แมลงวันทอง
 จากสภาวิจัยแห่งชาติ

          -  ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ   แต่งตั้งให้เป็นราชบัณฑิต  สำนักวิทยาศาสตร์  ราชบัณฑิตยสถาน     และได้รับเหรียญประกาศ
เกียรติคุณ เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา  จากสภาวิจัยแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2531

          -  ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์ จาก Tokyo University of Agriculture  เมื่อ พ.ศ. 2535

ดร.ประเชิญ กาญจโนมัย

          ท่านเป็นมหาบัณฑิตทางการเกษตรคนแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2500 จากนั้นท่านได้รับทุนร็อกกี้เฟลเลอร์ ไปศึกษา
ต่อในระดับปริญญาโท  ที่มหาวิทยาลัย Louisiana  สาขา Agronomy    และได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์   จาก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2528


ดร.ประเชิญ กาญจโนมัย

          นอกจากงานราชการที่ท่านปฏิบัติอยู่เป็นประจำแล้วที่กรมการข้าว  ท่าน ดร.ประเชิญ  ยังอุทิศเวลาเพื่อทำงานพิเศษอีกหลายด้าน เช่น ช่วย
ราชการในสำนักงานเลขานุการ  คณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์  สำนักนายกรัฐมนตรี  เป็นผู้เชี่ยวชาญ UNDP    ไปช่วยพัฒนาการทำนาของประเทศ
มาเลเซียตามคำเชิญของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซียในปี พ.ศ. 2525

          สำหรับผลงานและรางวัลเกียรติยศที่ท่านได้รับมีอยู่มากมาย เช่น

          -  เป็นผู้ริเริ่ม การทำนาหว่านน้ำตมแผนใหม่     ซึ่งเป็นการผสมผสานวิทยาการสาขาต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง   จัดทำเป็นคู่มือของนักวิชาการและ
ชาวนา  นับว่าเป็นตัวอย่างของการประยุกต์เทคโนโลยี      เพื่อนำไปสู่การถ่ายทอดจนถึงมือเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จ
ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาลดลง  ต่อมาการทำนาลักษณะนี้ได้แพร่หลายในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางมาจนถึงปัจจุบัน

          -  เป็นผู้ก่อตั้ง สาขาวิทยาการวัชพืช ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

          -  เป็นผู้ก่อตั้ง ชมรมวิทยาการวัชพืช ในปี พ.ศ. 2520 ซึ่งต่อมาจดทะเบียนเป็นสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย

          - ได้รับการยกย่องจากสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทย ให้เป็น นักวิจัยและพัฒนาการเกษตรดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2526

          มีเกษตรกรท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า  “หากประเทศไทยมีข้าราชการอย่างอาจารย์ประเชิญ 9 คน   ชาวนาไทยคงไม่ยากจนอีกต่อไป”
เป็นคำพูดที่สื่อให้เห็นว่า ดร.ประเชิญ  ได้ทุ่มเทความตั้งใจของท่านที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวไทยเพียงใด

อาจารย์อนงค์ จันทร์ศรีกุล

          ท่านเข้ารับราชการที่กรมกสิกรรม  ซึ่งคือกรมวิชาการเกษตรในปัจจุบัน  ท่านเป็นนักวิจัยที่มีความสามารถสูง    ทั้งยังเป็นผู้รอบรู้ในวิชาการ
หลายด้าน  และมีจิตเมตตาต่อผู้ใกล้ชิดตลอดจนบุคคลอื่นทั่วไป  จนเป็นที่ยอมรับ  ยกย่องเรียกขานท่านว่าเป็นอาจารย์   ท่านทุ่มเทเวลาให้กับงาน
ค้นคว้าวิจัยตลอดเวลา มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงในด้านโรคพืช และพัฒนางานในด้านเห็ด  รวมทั้งวิจัยโรคของพืชหลายชนิดโดยเฉพาะพืชผัก 


อาจารย์อนงค์ จันทร์ศรีกุล

          ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501  ท่านได้นำผลงานวิจัยมาเรียบเรียงเป็นบทความ   ต่อมาจึงได้เรียบเรียงเป็นเอกสารวิชาการฉบับที่ 6 ของกรมกสิกรรม
เรื่อง A Preliminary Host List of Plant Diseases in Thailand (1962)
       จากนั้นได้เพิ่มเติม    และจัดพิมพ์เป็นเอกสารวิชาการฉบับที่ 9 เรื่อง
Supplementary Host List of  Plant Diseases in Thailand (1963)
 ซึ่งเอกสารทั้ง 2 ฉบับนี้          สำนักงานองค์การอาหารและการเกษตรแห่ง
สหประชาชาติ  ได้นำไปจัดพิมพ์เพิ่มเติมเป็นเอกสารวิชาการฉบับที่ 10 ของสำนักงาน  เพื่อจ่ายแจกแก่สมาชิกทั่วโลก

          อาจารย์ได้เรียบเรียงเอกสารเป็นคู่มือแก่เกษตรกร เรื่องโรคของผัก (2516)   โรคและศัตรูบางชนิดของผักและการกำจัด (2527) โรคและ
วิธีการป้องกันและกำจัดของไม้ตัดดอก (2520) และปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม จัดพิมพ์ครั้งที่ 6 ในปี พ.ศ. 2541 เรื่องโรค-ศัตรูไม้ประดับและวิธีการ
กำจัดแบบชีวภาพ

          นอกจากการวิจัยด้านโรคพืชแล้ว ท่านยังเป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยเห็ด เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำในการ
จัดอนุกรมวิธาน การปรับปรุงเห็ด เพาะเลี้ยงเห็ดหูหนู เห็ดหอม  นำเชื้อเห็ดนางรมและเห็ดเป๋าฮื้อเข้ามาในประเทศไทย    เพื่อค้นคว้าวิจัยให้สามารถ
เพาะเลี้ยงได้  พร้อมทั้งได้จัดทำอนุกรมวิธานของเห็ดหลายชนิดหลายกลุ่ม

          ผลจากการทุ่มเททำการค้นคว้าวิจัยของท่าน  ส่งผลให้ท่านได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2528 เรื่องการศึกษาเห็ดกลุ่ม Agaris
ในประเทศไทย จากสภาวิจัยแห่งชาติ     และท่านยังได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณให้เป็น นักโรคพืชดีเด่น   ปรมาจารย์ผู้ทำคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อ
วงการโรคพืชในประเทศไทย
 ในปี พ.ศ. 2543   จากสมาคมนักโรคพืชแห่งประเทศไทย  รวมถึงโล่ประกาศเกียรติคุณ นิสิตเก่าวิทยาศาสตร์จุฬาฯ
ดีเด่น
ในปี พ.ศ. 2553ความจริงในวงการอารักขาพืชยังคงมีนักวิจัยหลายท่าน ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจให้กับการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพราะมุ่งหวัง
ว่าพืชพรรณ การเกษตรของประเทศไทยจะต้องดำรงอยู่ และมีการพัฒนา ต่อยอดต่อไป

          ทั้งนี้ผู้เขียนต้องขอขอบคุณนักวิจัยทุกท่าน  ทั้งที่ได้รับรางวัล และไม่ได้รับรางวัล  ที่ต่างทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างหนัก   เพื่อความอยู่รอดของ
เกษตรกรรมไทยและผลงานต่างๆ เหล่านี้จะไม่เกิดประโยชน์เลย ถ้าหากว่าไม่มีการนำผลงานไปต่อยอดถึงเกษตรกร  หรือเกษตรกรไม่ได้นำไปใช้
ประโยชน์ในการเกษตรของตนเอง



 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406