ผลิใบ ขอคุยด้วยคน |
ประภาส ทรงหงษา |
ย้อนรอย "สี่คิ้วโมเดล"...ความสำเร็จเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังแบบครบวงจร
เมื่อต้นปี 2554 ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา ได้จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีแปลง
ต้นแบบการผลิตมันสำปะหลังขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่ความสำเร็จในการจัดทำแปลงต้นแบบการผลิตมันสำปะหลัง เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่
เกษตรกร โดยใช้พื้นที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา เป็นสถานที่จัดงาน โดยการนำ
เสนอเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง รวมถึงวิธีการการป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูสู่เกษตรกรแบบครบวงจรที่เรียกว่า
"สี่คิ้วโมเดล"

จากวันนั้นถึงกระทั่งวันนี้ กระบวนการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในเรื่องของเพลี้ยแป้ง
มันสำปะหลังสีชมพู ได้ถูกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ คือ การให้ความรู้กับเกษตรกรในเรื่อง
ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะนำไปปลูก การแช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก การดูแลรักษา การให้น้ำ การใช้ปุ๋ย
ตลอดจนการควบคุมป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูโดยชีววิธี และการเก็บเกี่ยวผลผลิต ฯลฯ
ด้วยความพยายามของกรมวิชาการเกษตรภายใต้ "สี่คิ้วโมเดล" นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากผลการดำเนิน
งานที่ผ่านมาทำให้ได้เกษตรกรภายใต้สี่คิ้วโมเดล ในปี 2553 และปี 2554 จำนวน 12 ราย จาก 12 ตำบล ใน อ. สี่คิ้ว คือ ดอนเมือง คลองไผ่
มิตรภาพ กุดน้อย วังโรง หนองน้ำใส สี่คิ้าว กฤษณา หนองบัวน้อย บ้านหัน หนองหญ้าขาว และลาดบัวขาว ได้ร่วมกันเข้ามาปฏิบัติงานด้วยตนเองใน
แปลงเรียนรู้ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา แล้วนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากนักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร
และเกิดจากการเรียนรู้จากแปลงต้นแบบในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไปสู่เกษตรกรข้างเคียง จากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จที่ทุกภาคส่วนร่วม
มือกัน เกษตรกรทั้ง 12 ตำบล ได้ส่งผ่านความสำเร็จไปยังเพื่อนเกษตรกรสู่เกษตรกร โดยมีนักวิชาการเกษตรจากกรมวิชาการเกษตรอยู่เบื้องหลัง
และได้นำเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังที่ถูกต้องตรงตามหลักวิชาการจากกรมวิชาการเกษต นำไปใช้ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต
และเพิ่มปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังได้
จากจุดเริ่มต้นโครงการดังกล่าวมาถึงวันนี้เวลาผ่านไป เพื่อให้การปฏิบัติงานโดยมุ่งความสำเร็จของเกษตรกรเป็นหลักสำคัญ
กรมวิชาการเกษตรจึงได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง" กับกรมส่งเสริมการเกษตร
และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีขึ้นเพื่อแสดงให้เห็น
ว่าทั้ง 3 หน่วยงาน ได้ตกลงร่วมมือกันดำเนินการด้านวิชาการ ศึกษาค้นคว้า วิจัย อบรม ส่งเสริม ถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาการเพิ่ม
ประสิทธิภาพ การผลิตมันสำปะหลังของประเทศไทย
การลงนามในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนาม ร่วมด้วย
ผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 3 หน่วยงานคือ นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
และนายจเร จุฑารัตนกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตน-
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมลงนาม

นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ |
นายจิรากร โกศัยเสวี |
นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร |
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ |
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร |
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร |

นายจเร จุฑารัตนกุล |
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี |
ความคืบหน้าของโครงการฯ ในส่วนของกรมวิชาการเกษตร นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 เป็นต้นมา มีผลการดำเนินงานโครงการเพิ่ม
ประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังของกรมวิชการเกษตร ดังนี้
การจัดงานวันรณรงค์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ณ อ.ไทรโยค จ. กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2553 ได้ดำเนินการ
จัดนิทรรศการเชิงวิชาการ และดำเนินการปล่อยแตนเบียน Anagyrus lopezi ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการนำเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้ง
มันสำปะหลังของกรมวิชาการเกษตรมาใช้ใน จ.กาญจนบุรี ในงานดังกล่าวกรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการเปิดแปลงต้นแบบการเพิ่มผลผลิต
มันสำปะหลังในไร่เกษตรกรเป็นแปลงแรก และมีการสาธิตการแช่ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังและปล่อยแตนเบียน Anagyrus lopezi
การจัดงานวันรณรงค์การควบคุมเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ. นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์
2554 ในการจัดงานครั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร จัดนิทรรศการทางวิชาการเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมงานคือ
ปลูกมันสำปะหลังให้ถูกที่ คือ คัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สภาพดิน สภาพแวดล้อมต่างๆ พันธุ์ดีเพิ่มผลผลิต คือ เมื่อ
คัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แล้วผลผลิตที่ตามมาก็จะมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น ดิน ปุ๋ย น้ำ เพื่อมันสำปะหลังอย่างยั่งยืน คือ การ
ปลูกมันสำปะหลังต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญๆ ได้แก่ ดิน ปุ๋ย น้ำ เพื่อให้มันสำปะหลังเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภารกิจพิชิตเพลี้ยแป้ง คือ
การใช้แตนเบียน Anagyrus lopezi และแมลงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถทำลายเชื้อแป้งมันสำปะหลังได้ คนเก่งมันสำปะหลังโคราช คือ นำเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการนำความรู้เกี่ยวกับการปลูกมันสำปะหลังทั้งระบบ ภายใต้โครงการสี่คิ้วโมเดลมาเป็นตัวอย่างให้กับ
เกษตกรที่เข้าร่วมงานสุดท้าย มหัศจรรย์มันสำปะหลัง คือ ประโยชน์ของมันสำปะหลัง รวมทั้งหากดำเนินการตามคำแนะนำของนักวิชาการจะ
สามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังได้
จัดทำต้นฉบับเอกสารววิชาการเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลัง และจัดส่งต้นฉบับเอกสารวิชการเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังไปยัง
จังหวัดต่างๆ ที่มีการปลูกมันสำปะหลัง จำนวน 45 จังหวัด
อบรมเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสิรมการเกษตรในจังหวัดต่าง แล้วจำนวน 531 ราย จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 450 ราย ใน 45 จังหวัด ซึ่ง
เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร นำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดสู่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 17,000 ราย

ดำเนินการจัดทำแปลงศูนย์เรียนรู้ในจังหวัดต่างๆ รวม 33 จังหวัด (34 หน่วยงาน) มีพื้นที่ดำเนินการรวม 520 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้
ของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้นำเกษตรกรเครือข่ายเข้ามาศึกษา
ดูงานอย่างต่อเนื่อง
อบรมเกษตรกรจำนวน 2,082 ราย เพื่อเป็นเกาตรกรต้นแบบและดำเนินการจัดทำแปลงต้นแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง
โดยกระจายให้พื้นที่จังหวัดต่างๆ รวม 35 จังหวัด (36 หน่วยงาน) มีพื้นที่ดำเนินการรวมทั้งสิ้น 6,600 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกษตรกรต้นแบบของ
กรมวิชาการเกษตร และเกษตรกรเครือข่ายของกรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จากการดำเนินการดังกล่ายได้
สร้างความสนใจให้แก่เกษตรกรเครือข่ายของกรมส่งเสริมการเกษตร ใกล้เคียงพื้นที่ดำเนินการเป็นอย่างมาก
ผลิตแตนเบียน Anagyrus lopezi ในปีงบประมาณ 2553 ได้ผลิตแตนเบียนชั้นพันธุ์หลักจำนวน 247,250 คู่ ส่งมอบให้กรมส่งเสริม-
การเกษตรนำไปเลี้ยงขยายพันธุ์ และผลิตชั้นพันธุ์ขยาย จำนวน 530,000 คู่ ปล่อยในพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูที่ได้รับ
การประสานจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร

ในปีงบประมาณ 2554 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานขอความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตรในการดำเนินการผลิตแตนเบียน
Anaagyrus lopeziเพื่อเตรียมการป้องกันการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู โดยขอความร่วมมือในการผลิตแตนเบียน Anagyrus lopezi
ชั้นพันธุ์หลักจำนวน 100,000 คู่ เพื่อที่จะให้กรมส่งเสริมการเกษตรนำไปเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ และชั้นพันธุ์ขยายจำนวน 2,300,000 คู่ เพื่อปล่อยให้
พื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูใน 46 จังหวัดที่มีการปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งมีการส่งมอบชั้นพันธุ์หลักให้กรมส่งเสริมการเกษตร
ไปแล้วจำนวน 42,300 คู่ ส่วนชั้นพันธุ์ขยายมีการร่วมกันปล่อยในพื้นที่ที่มีการระบาด และปล่อยตามจุดปล่อย เพื่อป้องกันการระบาดจำนวน
644,390 คู่
กรมวิชาการเกษตร ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู และได้จัดทำโครงการรณรงค์ปล่อยแตนเบียน
Anagyrus lopezi โดยจัดทำแผนกำหนดจุดปล่อยแตนเบียนครอบคลุมพื้นที่ใน 37 จังหวัด รวม 1,152 จุด โดยดำเนินการปล่อยแตนเบียน จำนวน
3 ครั้ง ซึ่งกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดให้เดือนพฤศจิกายน 2554 เป็นเดือนแห่งการเริ่มต้นรณรงค์การป้องกันกำจัด
เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูและได้มีการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร แต่ละจังหวัดดำเนินการ
ปล่อยแตนเบียนตามจุดปล่อยต่างๆ ใน 37 จังหวัด ครั้งแรกไปแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 โดยจำนวนแตนเบียนที่ปล่อยรวมจำนวน
330,500 คู่ และขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการปล่อยครั้งที่ 2

จากผลการประเมินการระบาดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูหลังปล่อยแตนเบียน Anagyrus lopezi ครั้งแรก พบว่ามีการระบาดของเพลี้ย
แป้งมันสำปะหลังสีชมพูลดลงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของทั้ง
2 หน่วยงาน ติดตามและเฝ้าระวังการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สำหรับสาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงความ
ร่วมมือฯของทั้ง 3 หน่วยงานนั้น กำหนดให้มีความร่วมมือระหว่างกัน 5 ประการ คือ
1. ขอบเขตความร่วมมือ
1.1 ทั้ง 3 หน่วยงานตกลงร่วมมือกันทางด้านวิชาการ การพัฒนาบุคลากร และแลกเปลี่ยนข้อมูล เอกสารทางวิชาการ ระบบสารสนเทศ
และเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา นักวิจัย และนักวิชาการ ในการวิจัยส่งเสริม และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มเกษตรกร
เกษตรกรเครือข่าย และผู้ประกอบการ ในส่วนเกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง
1.2 กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ
สยามบรมราชกุมารี โดยสถาบันพัฒนามันสำปะหลัง(ห้วยบง) ร่วมมือกันฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากผลงานวิจัยด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ
การผลิตมันสำปะหลังให้แก่เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อนำไปถ่ายทอดสู่กลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรเครือข่ายต่อไป
1.3 ทั้ง 3 หน่วยงานตกลงร่วมมือกันในการให้ความช่วยเหลือ วิเคราะห์และแก้ปัญหาด้านการผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกรใน
ประเทศไทย เมื่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังประสบปัญหาในการผลิต
1.4 ทั้ง 3 หน่วยงานตกลงร่วมมือในการถ่ายทอด ส่งเสริม เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์และจัดนิทรรศการด้านวิชาการ เพื่อเผยแพร่ความรู้
ทางวิชาการแก่องค์กร หน่วยงานและบุคคลทั่วไป ในด้านการผลิตมันสำปะหลังและปฏิบัติงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
1.5 ทั้ง 3 หน่วยงานตกลงร่วมมือกันในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร จากการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู
โดยมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยศูนย์ผลิต
แตนเบียนณ สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง(ห้วยบง) จะผลิตแตนเบียน (Anagyrus lopezi) และสนับสนุนร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริม-
การเกษตร เพื่อนำไปกระจายสู่เกษตรกรให้รวดเร็ว และคลอบคลุมในพื้นที่ที่มีการระบาด ซึ่งมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้ดำเนินการกระจายแตนเบียนที่ร่วมกันผลิตสู่พื้นที่ที่มีการระบาดโดย
ตรงในกรณีที่มีความต้องการเร่งด่วน
2. กรรมสิทธิ์และ/หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
2.1 ทรัพย์สินทางปัญญาใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ตกเป็นของทั้ง 3 ฝ่ายร่วมกันหรือตามแต่ตกลง
กันเป็นอย่างอื่นภายหลังโดยเป็นลายลักษณ์อักษร และหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะนำทรัพย์สินทางปัญญาใดที่เกิดขึ้นนั้นไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงพาณิชย์
และด้านอื่นๆ ต้องได้รับอนุญาตจากทั้ง 2 ฝ่ายที่เหลือก่อน โดยการขออนุญาตและการอนุญาตต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร

2.2 ทรัพย์สินทางปัญญาใดที่เกิดขึ้น จากการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้หากจะมีการถ่ายทอดและเผยแพร่หรือทำให้แพร่
หลายด้วยวิธีการหนึ่งวิธีการใด ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังภายใต้บันทึก
ข้อตกลงฉบับนี้
3. คณะกรรมการบริหารโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง
3.1 การดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ จะต้องได้รับการพิจารณาและตกลงร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ในรายละเอียดเป็นโครงการฯ ไป โดย
ได้ตกลงให้มีคณะกรรมการบริหารโครงการความร่วมมือกันตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริม-
การเกษตรและสถาบันพัฒนามันสำปะหลัง (ห้วยบง) ฝ่ายละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 9 คน
3.2 คณะกรรมการบริหารโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตมันสำปะหลังมีหน้าที่กำหนดแผนงานโครงการ กิจกรรม ตลอดจนประสาน
งานร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย ให้ดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามบันทึกข้อตกลงและให้ผู้แทนทั้ง 3 ฝ่าย สลับกันเป็นประธานและเลขานุการ
คณะกรรมการวาระหนึ่งโดยให้ผู้แทนกรมวิชาการเกษตรเป็นประธาน และเลขานุการคณะกรรมการในวาระแรก และผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร
เป็นประธานและเลขานุการคณะกรรมการในวาระที่ 2 และผู้แทนสถาบันพัฒนามันสำปะหลัง (ห้วยบง) เป็นประธานและเลขานุการคณะกรรมการใน
วาระที่ 3
3.3 คณะกรรมการบริหารโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังอาจแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานในแต่ละด้าน หรือแต่ละ
สาขาวิชา จากทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อทำหน้าที่หรือดำเนินงานและรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการฯ
4. การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
บันทึกข้อตกลงอาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม ด้วยความเห็นชอบจากทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งหากฝ่ายใด
ฝ่ายหนึ่งมีความประสงค์ ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกสองฝ่ายที่เหลือทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพื่อที่จะได้ร่วมกันพิจารณา โดย
การทำเป็นบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมแนบท้ายและถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
5. ระยะเวลาของความร่วมมือ
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลบังคับเป็นเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ทั้ง 3 ฝ่ายลงนามร่วมกัน ทั้ง 3 ฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกบันทึกข้อตกลง โดยแจ้งเป็น
ลายลักษณ์อักษรให้อีก 2 ฝ่ายที่เหลือทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาตามบันทึกข้อตกลง
หากกรณีมีข้อขัดแย้งกับข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ทั้งคณะกรรมการบริหารโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง เป็น
ผู้หาข้อยุติ โดยทำให้เป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อของทั้ง 3 หน่วยงานและให้ถือเอาข้อยุตินั้นบังคับใช้เป็นที่สุด
ข้อตกลงทั้งหมดนี้ทั้ง 3 หน่วยงาน จะได้ร่วมกันพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังในภาพรวมของประเทศไทย โดยมีจุดเริ่ม
ต้นจากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังที่ทั้ง 3 หน่วยงาน มีความ
ร่วมมือกันจะไม่ประสบผลสำเร็จเลย ถ้าหากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังไม่ให้ความร่วมมือ นอกจากนี้จะยังไม่สามารถทำให้ผลผลิตมันสำปะหลัง
เพิ่มขึ้นแล้วอาจจะพบกับปัญหาเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังที่เคยระบาดอย่างรุนแรงในอดีตที่ผ่านมา

ผู้เขียนเชื่อว่า เวลาที่ผ่านมาจะทำให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจะมีประสบการณ์มากขึ้นและที่สำคัญ
ผลผลิตของมันสำปะหลังนับจากวันนี้ต่อไปข้างหน้าจะต้องมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลให้มีผลผลิตมันสำปะหลังออกสู่ตลาด
ทั้งภายในและภายนอกประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่เฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเท่านั้น
เกษตรกรผู้ปลูกพืชชนิดอื่นก็เช่นเดียวกันด้วยกรมวิชาการเกษตรมีภารกิจหลักและพยายามที่จะค้นคว้า วิจัย ปรับปรุงพันธุ์พืช ฯลฯ เพื่อให้เกษตรกร
ได้มีทางเลือกในอาชีพเกษตรกรรมเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นการจุดประกายให้กับใครหลายๆ คนหันกลับมามองงานในภาคเกษตรที่ยังคง
เป็นพื้นฐานอาชีพของคนไทยให้เป็นอาชีพที่มีความมั่นคง และยั่งยืนต่อไป
|