ผลิใบ ฉีกซอง
อังคณา  สุวรรณกูฏ

เจาะลึก  พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่

          เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีผลบังคับใช้
เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน  นั่นคือ  พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 ที่จะถึงนี้   การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นใน
พระราชบัญญัติฉบับใหม่ จะเป็นอีกหน้าหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระบบการควบคุมวัตถุอันตรายของประเทศไทย
 
          หากใช้คำว่า “วัตถุอันตราย”   ซึ่งเป็นภาษาทางกฎหมายท่านผู้อ่านอาจเห็นเป็นเรื่องไกลตัว    ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใส่ใจเท่าใดนัก      อันที่จริงแล้ว
วัตถุอันตรายในภาษาชาวบ้านก็คือสารเคมีต่างๆ  นั่นเอง  ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีที่ใช้ในการอุตสาหกรรม เกษตรกรรม สาธารณสุข หรือแม้แต่ทางการทหาร   ดังนั้น
ผลของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  จึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวแต่อย่างไร   พระราชบัญญัติฉบับใหม่จะทำให้เกิดสิ่งใดขึ้น “ฉีกซอง”   ขอนำท่านผู้อ่านทุกท่านไปเจาะ
ประเด็นพร้อมกัน

วัตถุอันตราย ?

          พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย  พ.ศ. 2535 บัญญัติขึ้นเพื่อสนองตอบต่อการควบคุมวัตถุอันตรายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการนำวัตถุอันตราย
มาใช้ในกิจการประเภทต่างๆ เป็นจำนวนมาก และวัตถุอันตรายบางชนิดก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงแก่มนุษย์ สัตว์ พืช ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมได้ แม้ว่าเดิม
จะมีกฎหมายที่ใช้ควบคุมวัตถุที่ก่อให้เกิดอันตรายอยู่บ้างก็ตาม   แต่กฎหมายที่มีก่อนหน้านั้นมีด้วยกันหลายฉบับ  ต่างยุคต่างสมัย   ทำให้บทบัญญัติแตกต่างกัน
รวมทั้งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน และยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ จึงได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวัตถุมีพิษ โดยขยายขอบเขตให้ครอบคลุม
วัตถุอันตรายทุกชนิด  และกำหนดวิธีการในการควบคุมให้เหมาะสมมากขึ้น  พร้อมทั้งจัดระบบบริหารให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดย
พระราชบัญญัติฉบับนี้ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2535  และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบรวมทั้งหมด 6 หน่วยงาน    ประกอบด้วย  กรมโรงงานอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  กระทรวงสาธารณสุข  กรมโยธาธิการ  กระทรวงมหาดไทย  สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กรมประมง 
และกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

          วัตถุอันตราย   ตามความหมายในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535   จึงหมายถึง   วัตถุที่มีคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง    ดังนี้ วัตถุระเบิดได้
วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิไดซ์และวัตถุเปอร์ออกไซด์  วัตถุมีพิษ  วัตถุที่ทำให้เกิดโรค  วัตถุกัมมันตรังสี  วัตถุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วัตถุกัดกร่อน
วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อม


           สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมวัตถุอันตรายที่ใช้ทางการเกษตร ประกอบด้วย สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช  ผลิตภัณฑ์ที่
ใช้ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช  และวัตถุอันตรายที่ใช้ในการประมง   ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้สามารถควบคุมวัตถุอันตรายดังกล่าวได้ตามความ
จำเป็น โดยจำแนกวัตถุอันตรายออกเป็น 4  ชนิด กล่าวคือ


          วัตถุอันตรายชนิดที่ 1   หมายถึง วัตถุอันตรายที่การผลิต  การนำเข้า  การส่งออก   หรือการมีไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
กำหนด  ซึ่งกำกับดูแลโดยผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่วางไว้ โดยไม่ต้องขออนุญาตและแจ้งการประกอบกิจการล่วงหน้า โดยวัตถุอันตราย
ที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบในปัจจุบันไม่มีการจัดไว้ในกลุ่มดังกล่าว

          วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หมายถึงวัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนและ
ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด  โดยต้องแจ้งประกอบกิจการล่วงหน้าและต้องขอขึ้นทะเบียน แต่ไม่ต้องขออนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งมีการควบ-
คุมมากกว่าชนิดที่ 1 โดยในกลุ่มนี้มีวัตถุอันตรายทางการเกษตร ได้แก่ BT , NPV , สารสกัดจากสะเดา ไส้เดือนฝอยที่ใช้กำจัดแมลง และ White Oil เป็นต้น
              
          วัตถุอันตรายชนิดที่ 3    หมายถึง วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก   หรือการมีไว้ในครอบครองต้องได้รับใบอนุญาต ควบคุมโดยการขึ้น
ทะเบียนและขออนุญาตประกอบกิจการตามลักษณะ ได้แก่ การนำเข้า การส่งออก การผลิต การมีไว้ในครอบครอง ซึ่งหมายถึงมีไว้เพื่อขาย การเก็บรักษา การใช้
และการรับจ้าง  ซึ่งสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ใช้ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะจัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าว

          วัตถุอันตรายชนิดที่ 4   หมายถึง วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้มีการผลิต  การนำเข้า การส่งออก  หรือการมีไว้ในครอบครอง  ควบคุมโดยการห้ามประกอบ
กิจการใดๆ ได้แก่ สารซึ่งเป็นอันตรายและห้ามใช้  สำหรับในส่วนที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ ได้ประกาศให้สารเคมีทางการเกษตรเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 
จำนวนทั้งสิ้น 96 รายการ (ข้อมูล ณ วันที่  พฤษภาคม 2551)

          ระบบการควบคุมวัตถุอันตรายตามนัยแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้  แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ  คือ การควบคุมด้วยการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย  การควบคุม
ด้วยการอนุญาต  ซึ่งผู้ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้ว  ต้องขออนุญาตในการนำเข้า ส่งออก ผลิต  และมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3  และการ
ควบคุมหลังการขึ้นทะเบียนและการอนุญาต ซึ่งเป็นการกำกับดูแลให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย       

อะไรใหม่ในฉบับที่ 3

          หตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551  คือ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน
พอสมควรแล้ว   บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน  ซึ่งสภาพปัญหาเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
อนามัย ความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม  ดังนั้นจึงสมควรปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับองค์ประกอบ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย
วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อำนาจของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการกำหนดหลักเกณฑ์  และวิธีการเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน
การกำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรเฉพาะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด การกำหนดอายุและการต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนิน
การ วัตถุอันตรายชนิดที่ 2  และใบสำคัญการขึ้นทำเบียนวัตถุอันตรายชนิดที่ 2  หรือชนิดที่ 3   การอนุญาตให้มีการผลิต นำเข้า    หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุ
อันตรายชนิดที่ 4 รวมทั้งการยกเลิกอำนาจจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตลอดจนปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ
นี้

          พระราชบัญญัติวัตถุอันตรายฉบับใหม่  ได้ปรับปรุงชื่อหน่วยงานให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545โดยกำหนดให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
สาธารณสุข  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ทำหน้าที่ควบคุม  ส่งเสริมและติดตามดูแลการดำเนินงานของเลขานุการ    และผู้ช่วยเลขานุการของคณะ
กรรมการวัตถุอันตรายในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้    ดังนั้นจึงมีหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับใหม่ถึง 9 หน่วยงาน   จากเดิมเพียง
6 หน่วยงาน

          องค์ประกอบของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในพระราชบัญญัติฉบับใหม่ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกรรมการ ผู้บัญชาการสำนัก
งานตำรวจแห่งชาติ   อธิบดีกรมการขนส่งทางบก   อธิบดีกรมการค้าภายใน   อธิบดีกรมการแพทย์   อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ   อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน   อธิบดี
กรมประมง  อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ  เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  ผู้แทนกระทรวงกลาโหม  ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนสำนักงาน
มาตรฐานสิค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกินสิบคนเป็นกรรมการ และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นกรรมการและ
เลขานุการ   และผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน  ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม   ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร   ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  และผู้แทน
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเป็นเลขานุการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องเป็นผู้มีความรู้   ความเชี่ยวชาญ   มีผลงานและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
กับสาขาวิชาเคมี  วิทยาศาสตร์  วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หรือกฎหมาย และอย่างน้อยห้าคนในแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตัวแทนขององค์การสาธารณ
ประโยชน์และมีประสบการณ์ การดำเนินการคุ้มครองสุขอนามัย ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านการเกษตรกรรมยั่งยืน ด้านการจัดการปัญหาวัตถุอันตรายในท้องถิ่น
หรือด้านสิ่งแวดล้อม  ซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี   และเมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

          หน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ทำหน้าที่ในการกำหนดปริมาณองค์ประกอบ คุณสมบัติ  และสิ่งเจือปน ภาชนะบรรจุ
วิธีตรวจและทดสอบภาชนะ  ฉลาก การผลิต  การนำเข้า  การส่งออก  การขาย  การขนส่ง  การเก็บรักษา  การกำจัด การทำลาย การปฏิบัติกับภาชนะของวัตถุ
อันตราย  การให้แจ้งข้อเท็จจริง  การให้ส่งตัวอย่าง  หรือการอื่นใดเกี่ยวกับวัตถุอันตรายเพื่อควบคุม  ป้องกัน บรรเทา หรือระงับอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล  สัตว์ 
พืช  ทรัพย์  หรือสิ่งแวดล้อม  โดยคำนึงถึงสนธิสัญญาและข้อผูกพันระหว่างประเทศประกอบด้วย  รวมทั้งกำหนดให้มีการดำเนินการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับวัตถุ
อันตราย และให้มีการประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม  สุขภาพอนามัย  ชีวิต  หรือทรัพย์สิน    ซึ่งเกิดจากการประกอบกิจการ  และกำหนดให้มี
ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กล่าวมาข้างต้น   ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรเฉพาะซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบใน
การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย  ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการโดยประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา  รวมทั้งต้องรับผิดชอบกรณีเกิดปัญหาขึ้น  เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าว

          ดังนั้นจะเห็นได้ว่า  พระราชบัญญัติฉบับใหม่ได้ให้ความสำคัญต่อการกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง  มาให้คำแนะนำและควบคุมการประกอบกิจการ
วัตถุอันตราย  รวมทั้งการประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย ชีวิต  หรือทรัพย์สินจากการประกอบกิจการดังกล่าว ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ใน
พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องมีกฎหมายลูกมารองรับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว

ปรับปรุงให้รัดกุม

          สำหรับการควบคุมและการกำกับดูแลวัตถุอันตราย  พระราชบัญญัติวัตถุอันตรายฉบับใหม่   ยังคงแบ่งประเภทของวัตถุอันตรายออกเป็น 4 ประเภท เช่น
เดิมแต่ได้กำหนดระบบของการควบคุมให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นกล่าวคือ  วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ผู้ผลิต  ผู้นำเข้า  ผู้ส่งออก   หรือผู้มีในครอบครองจะต้องปฏิบัติ
ตามประกาศรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ที่จะออกมารองรับทางด้านการประกันความเสียหายจากการประกอบกิจการและการกำหนดผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมดูแล  ใน
ขณะที่วัตถุอันตรายชนิดที่ 2   ห้ามผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง   เว้นแต่จะได้แจ้งความประสงค์  จะดำเนินการดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ทราบก่อน  และเมื่อได้มีประกาศระบุวัตถุใดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองแจ้งการดำเนินการของตนที่กระทำอยู่
ในขณะนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในเวลาที่กำหนดในประกาศดังกล่าว  ซึ่งเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งเพื่อ
เป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้แจ้ง  โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด   และต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ออกใบรับแจ้ง  ทั้งนี้ การแจ้ง การออกใบรับ
แจ้ง  การแจ้งต่ออายุ  และการต่ออายุใบรับแจ้ง   ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบกำหนด  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  รวม
ทั้งจะต้องมีการประกันความเสียหายและกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญดูแล และควบคุมการประกอบกิจการเช่นเดียวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1

          อย่างไรก็ตาม  การผลิต หรือการนำเข้า  ซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2  หรือชนิดที่ 3   ที่อยู่นอกรายชื่อที่ประกาศ   จะต้องนำมาขอขึ้นทะเบียนต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ก่อนและเมื่อได้รับใบสำคัญ   การขึ้นทะเบียนแล้ว  ให้ผลิตหรือนำเข้าตามที่กำหนดหรือออกใบอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้าได้  ทั้งนี้  การขอขึ้นทะเบียน
วัตถุอันตราย การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรี
ผู้รับผิดชอบ  โดยความเห็นของคณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา    สำหรับวัตถุอันตรายชนิดที่ 4     ห้ามผู้ใดผลิต  นำเข้า    หรือมีไว้ใน
ครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเว้นแต่ได้รับอนุญาต   เป็นหนังสือจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบเฉพาะกรณี   เพื่อใช้เป็นสารมาตรฐานในการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
การขออนุญาต   การอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ   และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ
ผิดชอบ กําหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการโดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา

          สำหรับวัตถุอันตรายชนิดที่ 4    ห้ามผู้ใดผลิต  นำเข้า  หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
เฉพาะกรณี  เพื่อใช้เป็นสารมาตรฐานในการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ  การขออนุญาต การอนุญาต  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี
ผู้รับผิดชอบกำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา   ทั้งนี้ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศระบุวัตถุใดเป็น
วัตถุอันตรายชนิดที่ 4  ให้ผู้ผลิต  ผู้นำเข้า  หรือผู้มีไว้ในครอบครองปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด   หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย


          เมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้ผลิต  ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก   หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน  หรือแก้ไข หรือปรับปรุง   หรือปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ในการนี้หากเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร พนักงาน
เจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้นั้นส่งออกไปซึ่งวัตถุอันตรายนั้นเพื่อคืนให้แก่ผู้ผลิตหรือผู้จัดส่งวัตถุอันตรายนั้นมาให้   หรือเพื่อการอื่นตามความเหมาะสมก็ได้ โดยปฏิบัติตาม
หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด  รวมทั้งเมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้ผลิต  ผู้นำเข้า  ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุ
อันตราย  ประกอบกิจการอันมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย      ความเสียหายหรือความเดือดร้อนแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในสถานประกอบการหรือที่อยู่ใกล้
เคียงกับสถานประกอบการ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นดำเนินการแก้ไขการกระทำดังกล่าว  โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่พนักงาน
เจ้าหน้าที่กำหนด


          สำหรับบทลงโทษ  นอกจากจะเพิ่มบทลงโทษให้สูงขึ้นสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วยังกำหนดไว้ว่าผู้ใดเคยถูกลงโทษเพราะเหตุกระทำความ
ผิดตามพระราชบัญญัตินี้แล้วครั้งหนึ่ง ถ้าได้กระทำผิดในบทบัญญัติเดียวกันกับที่เคยถูกลงโทษแล้วนั้นซ้ำอีก ให้ศาลเพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นอีกกึ่งหนึ่งของอัตรา
โทษสำหรับความผิดนั้น  ในกรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้เชี่ยวชาญ  บุคลากรเฉพาะหรือบุคคลใดซึ่งมีหน้าที่รับ
ผิดชอบในการกระทำความผิดนั้น    ต้องรับผิดตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย       เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือ
ยินยอมด้วย

          เพื่อให้การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่  เป็นไปอย่างต่อเนื่อง  จึงมีบทบัญญัติเพิ่มเติม โดยให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัติวัตถุ
อันตรายพ.ศ. 2535 ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราช
บัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  นอกจากนี้คำขอ
ใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  ให้ถือว่าเป็นคำขอตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535   ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ด้วย
และให้ใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก  หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3  ที่ออกให้ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535  ก่อนวันที่พระราช
บัญญัตินี้ใช้บังคับคงใช้ได้ต่อไปจนสิ้นอายุที่กำหนดไว้  และให้ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายชนิดที่ 2  และชนิดที่ 3   หรือใบรับแจ้งการดำเนินการผลิต
นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่ออกให้ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.  2535  ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับคงใช้
ได้ต่อไปอีกสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

          คงต้องมาติดตามกันว่า กฎหมายลูกที่จะต้องออกมารองรับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2551  ที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังเร่ง
ดำเนินการอยู่นั้น จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร และเจตนารมย์ในการปรับปรุงระบบการควบคุมวัตถุอันตรายในประเทศไทยจะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ การเกษตรที่เป็น
มิตรกับสิ่งแวดล้อมแม้จะมีการใช้สารเคมีจะเป็นเช่นไร คงได้เห็นกันในเร็ววัน

(ขอบคุณ : สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร/ข้อมูล)

 

     พบกันใหม่ฉบัยหน้า..........สวัสดี
อังคณา
    

คำถามฉีกซอง
กองบรรณาธิการจดหมายข่าวผลิใบฯ กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพฯ 10900  e-mail : angkanas@doa.go.th

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2525, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406