ผลิใบ รายงาน
สำนักวิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร

ข้อแนะนำการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับปุ๋ยเคมีในการผลิตพืช

          การผลิตพืชให้ได้ผลผลิตที่สามารถสร้างรายได้สูงสุดให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีในการจัดการธรตุอาหารพืชที่เหมาะ-
สม  ปัจจัยการผลิตที่นำมาใช้เป็นธาตุอาหารพืชจะต้องมีประสิทธิภาพ  มีคุณค่าและต้นทุนเหมาะสมกับราคาผลผลิต      จึงจะทำให้เกษตรกรมีรายได้
คุ้มค่ากับการลงทุน   การใช้ปุ๋ยแบบผสมผสานระหว่างปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านการหมักจนย่อยสลายสมบูรณ์ด้วยจุลินทรีย์นั้น แม้จะมีปริมาณธาตุอาหารหลัก
น้อย แต่ปุ๋ยอินทรีย์ให้ธาตุอาหารแก่พืชอย่างช้าๆ  และมีธาตุอาหารเป็นองค์ประกอบเกือบทุกชนิด ทั้งธาตุอาหารหลัก  ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหาร
เสริม  สามารถช่วยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพ เคมีและชีวภาพได้ด้วย  ในขณะเดียวกันปุ๋ยเคมีก็มีข้อดีที่ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารหลักมาก พืช
ใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว สะดวกในการใช้ในไร่นา

          แต่ปัจจุบันปุ๋ยเคมีมีราคาแพงมาก  เพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด   ดังนั้นหากเกษตรกรมีความรู้และความเข้าใจในการนำวัสดุ
อินทรีย์เหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น เศษพืช ผลพลอยได้จากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร มูลสัตว์และวัสดุอินทรีย์อื่นๆ มาผ่านกระบวนการย่อยสลาย
โดยจุลินทรีย์หรือทำปุ๋ยหมัก เพื่อให้วัสดุอินทรีย์เหล่านี้ได้เปลี่ยนรูปเป็นธาตุอาหารพืชได้เร็วขึ้น  พืชก็สามารถนำไปใช้ได้เร็วกว่าการใส่ในรูปของวัสดุ
อินทรีย์โดยตรง  แต่การใส่ปุ๋ยอินทรีย์อย่างเดียวจะต้องใส่ในปริมาณมาก เพราะมีธาตุอาหารน้อยและมีค่าใช้จ่ายค่าแรงงานในการใส่มาก ดังนั้น  การ
ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ผสมผสานกับปุ๋ยเคมี หรือการผลิตปุ๋ยเคมีเป็นสูตรต่างๆ และหาวิธีการใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของดิน พืชและหาวิธีการจัดการที่เหมาะสม จึงเป็นแนวทางที่สามารถใช้ในการเพิ่มศักยภาพในการผลิตพืช เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและแก้ไขปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพงได้

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี

          การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี   เป็นรูปแบบเทคโนโลยีการจัดการธาตุอหารพืชที่ยั่งยืนวิธีการหนึ่ง  เพราะจะได้มีการนำส่วนที่ไม่ได้นำไปใช้
ประโยชน์ของพืชหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง     ทำให้ธาตุอาหารซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่มีอยู่ในดิน       ไม่ถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากดิน
ทั้งหมด    ทำให้มีการเติมปุ๋ยเคมีน้อยลงได้    ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้จากอัตราปุ๋ยที่แนะนำให้เกษตรกรใช้ ตัวอย่างในการปลูกอ้อย    ดินที่มีความอุดม
สมบูรณ์สูง เช่น ดินเหนียวในภาคกลาง    มีความต้องการใส่ปุ๋ยน้อยกว่าดินร่วมปนทรายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น   ดังนั้นการใส่ปุ๋ยอินทรีย์
ร่วมกับปุ๋ยเคมีจะเป็นวิธีการที่เหมาะสมอย่างหนึ่ง  ที่สามารถเพิ่มความสมบูรณ์ให้มีความเหมาะสม ในการปลูกพืช  ช่วยในการใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพ
มากขึ้น ดังผลงานวิจัยต่อไปนี้

          การปลูกข้าว   การใช้ปุ๋ยหมักมูลไก่จากโรงหมักปุ๋ยแบบเติมอากาศ  อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยไนโตรเจนครึ่งหนึ่งของอัตราแนะนำ
ตามค่าวิเคราะห์ดิน และใช้หินฟอสเฟต (P14) แทนปุ๋ยเคมีในดินเหนียว อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์  ช่วยให้ผลผลิตข้าวสูงกว่าการไม่ใส่ปุ๋ยประมาณ 18%
และสูงกว่าการใช้ปุ๋ยหมักมูลไก่จากโรงหมักปุ๋ยแบบเติมอากาศ อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ 12.7%

          การปลูกข้าวโพดหวาน   การใช้ปุ๋ยหมักมูลวัว 1 ตัน   ร่วมกับปุ๋ยเคมีไนโตรเจนครึ่งอัตราแนะนำ    ช่วยเพิ่มผลผลิตมากกว่าการไม่ใส่ปุ๋ย 23%
อย่างไรก็ตามราคาปุ๋ยหมักมูลวัวสูงมาก ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มต่ำกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำเพียงอย่างเดียว

          การปลูกยางพารา  การใช้ปุ๋ยหมักอัตรา 3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี  ร่วมกับปุ่ยเคมีครึ่งอัตราแนะนำ  ช่วยเพิ่มผลผลิตยางพาราสูงกว่าการไม่ใส่ปุ๋ย
32% และสูงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ 12%   ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าการไม่ใส่ปุ๋ยประมาณ 25%  และรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า
การไม่ใส่ปุ๋ยประมาณ 25% และรายได้เพิ่มมากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ 16% และพบว่าการใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ได้ประมาณ 50% ในการปลูกยางพาราที่ จ. สงขลา

          การปลูกอ้อย   การใช้ปุ๋ยหมักและมูลวัวร่วมกับปุ๋ยเคมี 75% ของอัตราแนะนำในอ้อย ที่ปลูกในดินร่วนเหนียวชุดกำแพงเพชร  ช่วยให้ผลผลิต
อ้อยเพิ่มขึ้นสูงกว่าการไม่ใส่ปุ๋ย 56 และ 66% ตามลำดับ   โดยสูงกว่าการใส่ปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ 17 และ 27% ตามลำดับ    แต่การใส่มูลวัวตากแห้ง
ร่วมกับปุ๋ยเคมี 75% อัตราแนะนำ ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 13%

          การปลูกมันสำปะหลัง การใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีให้ผลผลิตสูงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว แต่เนื่องจากมีการใช้ปุ๋ยหมักมากถึง 2 ตันต่อไร่
ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง  รายได้จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น   จึงไม่เพียงพอกับต้นทุนค่าปุ๋ยหมักที่ใส่   ทำให้การใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวต้นทุนต่ำกว่า    และมี
รายได้เพิ่มขึ้นสูงกว่าการใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมี

          การปลูกกระเจี๊ยบเขียว   การใช้ปุ่ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีให้ผลผลิตสูง และมีรายได้ทั้งหมดมากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว    แต่การใช้ปุ๋ยเคมี
อย่างเดียวต้นทุนต่ำกว่า อย่างไรก็ตามการใส่ปุ๋ยทุกชนิดไม่ได้ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพราะดินมีความอุดมสมบูรณ์สูงอยู่แล้ว เกษตรกร
จึงควรมีการวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ยให้กับพืช

แนวทางการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี

          ข้อมูลจากการวิจัย  สรุปได้ว่าการใช้ปุ่ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์  มีประโยชน์ช่วยเพิ่มผลผลิตพืช  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และสร้างรายได้ให้
เกษตรกรเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรต้องใช้ให้ถูกต้อง  ในดินบางชุดและในการปลูกพืชบางชนิด เช่น ยางพาราและอ้อย จะช่วยให้เกษตรกรเพิ่มทั้งผลผลิต
และรายได้ ทั้งนี้เพราะการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีร่วมกัน ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีลดลง

          ดังนั้น  การส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง  มีแนวโน้มว่าจะทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยที่เคยซื้อได้   เพราะการใช้วัสดุ
อินทรีย์ที่ไม่ได้หมักมีต้นทุนสูง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนค่าขนส่ง  และไม่เหมาะสมในการใส่ให้กับพืชที่ปลูกแล้ว      เพราะจะทำให้พืชมีอาการขาด
ไนโตรเจนชั่วคราว  การส่งเสริมให้มีการหมักวัสดุอินทรีย์ในพื้นที่เกษตรกรเอง        จนได้ปุ๋ยหมักที่สมบูรณ์แล้วผสมกับปุ๋ยเคมีใส่ให้กับพืชในอัตราที่
เหมาะสม จะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนค่าปุ๋ยลดลง มีความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ

          ขั้นตอนการดำเนินการโดยสังเขป ประกอบด้วย
          
          1.  พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศให้ต้นทุนการผลิตต่ำ
          2.  การหาสูตรปุ๋ยอินทรีย์เคมีที่เหมาะสมกับดินและพืชแต่ละชนิดในพื้นที่
          
3.  การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมี ให้ได้ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ปุ๋ย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550
          4.  การพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรสำหรับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์
          5.  การทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีในการผลิตพืชในพื้นที่ สวพ. เขตที่ 1-8 สังกัดกรมวิชาเกษตร  เน้นการทดสอบเพื่อจะหาวิธีการใช้ที่ช่วย
               เพิ่มผลผลิตและรายได้สูงสุดให้เกษตรกร
          6.  การถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรนำไปใช้

          ปุ๋ยเคมียังมีความสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตพืช  ปุ๋ยอินทรีย์ก็มีความสำคัญต่อการปรับปรุงบำรุงดิน ดังนั้นการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ จึงน่า
จะเป็นวิธีการบูรณาการปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่ง



 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2525, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406