ผลิใบ ฉีกซอง
อังคณา  สุวรรณกูฏ

สภาเกษตรกรแห่งชาติ-สภาใหม่ งานใหม่?

          เดือนที่ 2 ของปีกระต่าย เริ่มต้นด้วยปัญหาความวุ่นวายในหลายๆ เรื่อง  หากมองในภาพใหญ่ระดับโลกก็จะเห็นสภาพความแปรปรวนของดิน
ฟ้าอากาศ  หากย่อยลงมาในระดับภูมิภาคปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองก็มีให้เห็นกันทั่วไป   และหากมองย้อนกลับมาในประเทศไทยอันเป็นที่รัก
ของเราปัญหาในระดับโลก และระดับภูมิภาคก็เกิดขึ้นกับบ้านเราได้ทั้งหมด  แถมด้วยปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันปาล์ม ตามติดด้วยราคา
มะนาวเข้ามาอีก   จึงนับได้ว่าคนไทยเป็นคนเก่ง สามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ  ที่ประดังเข้ามาได้เป็นอย่างดี แต่จะผ่านไปด้วยดีหรือไม่เป็นอีกเรื่อง
หนึ่ง “ฉีกซอง” ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก ขอนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาน้องใหม่ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า
นี้ แตกต่างจากสภาอื่นมากเพียงใด คล้ายกับสภากาแฟแถวบ้านหรือไม่ หรือจะกลายเป็นสภาโจ๊กให้ขำขำ โปรดติดตาม

สภาเกษตรกร-พื้นที่คนเกษตร

          ยุคสมัยที่รัฐธรรมนูญกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต       ใครต่อใครต่างก็กล่าวถึงรัฐธรรมนูญ   หากใครไม่เอ่ยถึงรัฐธรรมนูญในบท
สนทนาอาจจะถูกมองว่าเป็นคนหลงยุคได้  นับว่าเป็นผลดีจากการที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอยู่บ่อยครั้ง  สำหรับรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 84(8) ประกอบมาตรา 303(1) บัญญัติว่าให้รัฐจัดทำกฎหมายว่าด้วยสภาเกษตรกรให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี
นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา        เพื่อดำเนินการคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด
นำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

          ดังนั้น  ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ….        จึงผ่านการพิจารณาตามกระบวนการนิติบัญญัติและประกาศในราชกิจจา
นุเบกษา เล่มที่ 127 ตอนที่ 71ก  เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553
    โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 เป็นต้นไป    ทั้งนี้
พระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553
  มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิต การแปรรูปและการตลาด
ส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสูงสุด    รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกร      เพื่อวางแผนเกษตรกรรมและ
รักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร สนับสนุนสิทธิและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการกำหนดนโยบาย และวางแผนการพัฒนาเกษตรกรรม
อย่างเป็นระบบ เพื่อให้รัฐรักษาเสถียรภาพด้านราคาและความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร เพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น
ทั้งในด้านเศรษฐกิจ  สังคม  การเมืองอย่างต่อเนื่อง   เพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง    และมีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐด้านการปฏิบัติตาม
นโยบายอีกด้วย

          พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ให้คำนิยามของคำว่า “เกษตรกรรม”  หมายถึง การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การประมง และกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด   โดยการเสนอแนะของสภาเกษตรกรแห่งชาติ  “เกษตรกร”        หมายถึง ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม “องค์กร
เกษตรกร
”   หมายถึง กลุ่มเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้    “แผนแม่บท”   หมายถึง แผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม
“สภาเกษตรกรจังหวัด”  “สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด” “หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด”
  ให้รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย และ
“เลขาธิการ” หมายถึง เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ส่วน    “รัฐมนตรี” ให้หมายถึง รัฐมนตรีที่รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
นายกรัฐมนตรี
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้เฉพาะส่วนการดำเนินการตามบทเฉพาะกาล
ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป

          พระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ  ประกอบด้วย เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบายการส่งเสริม
และพัฒนาความเข้มแข็งแก่เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร    ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การผลิต การแปรรูป การตลาด และการคุ้มครอง
พื้นที่เกษตรกรรม  ตลอดจนนโยบายและแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการทำเกษตรแบบผสมผสาน ระบบวนเกษตร ระบบเกษตรธรรมชาติ ระบบ
ไร่นาสวนผสม ระบบเกษตรอินทรีย์ และเกษตรกรรมรูปแบบอื่นๆ  ให้คำปรึกษาและข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร การ
พัฒนาเกษตรกรรม  รวมทั้งการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   เสนอแผนแม่บทต่อคณะรัฐมนตรี เสนอคณะ
รัฐมนตรีเพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพันธุกรรมพืชและสัตว์ท้องถิ่น    ผลผลิตทางเกษตรกรรม
และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูป แนวทางการประกันความเสี่ยงราคาและผลผลิตทางการเกษตร การกำหนดสวัสดิการให้แก่เกษตรกร เสริมสร้าง
ความร่วมมือและประสานงานกับภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาเกษตรกรรม

          นอกจากนี้ยังมีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนา และเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ให้ความเห็นต่อนโยบาย กฎหมาย
หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบต่อเกษตรกร ให้คำปรึกษา และข้อแนะนำแก่เกษตรกร องค์กรเกษตรกร ตามที่สภาเกษตรกรจังหวัดเสนอ
รวมทั้งสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการ  คณะอนุกรรมการ  คณะทำงาน  หรือที่ปรึกษาได้ตามความจำเป็น       และเปิดกว้างให้ปฏิบัติการอื่นใดตามที่
กฎหมายกำหนดหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย  บทบาทสำคัญของสภาเกษตรกรแห่งชาติ คือ การจัดทำแผนแม่บท  ซึ่งต้องผ่านกระบวนการ
มีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  รวมทั้งเชื่อมโยงกับแผนแม่บทระดับจังหวัด    สาระสำคัญของแผนแม่บทต้องประกอบด้วย   การพัฒนาศักยภาพ
ส่งเสริม  และสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกร  องค์กรเกษตรกร  กลุ่มเกษตรกร   และยุวเกษตรกรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริม
พัฒนา คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม และการแก้ไขปัญหาดินและที่ดินด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเกษตรกรให้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเพื่อ
ประกอบอาชีพเกษตรกรรมของตนเองอย่างทั่วถึง

          นอกจากนี้  แผนแม่บทต้องมีสาระของการสร้างความเป็นธรรมด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร     โดยคำนึงถึงการส่งเสริมให้สินค้าเกษตร
ได้รับผลตอบแทนสูงสุด   การพัฒนาแหล่งน้ำและจัดระบบชลประทานเพื่อเกษตรกรรม   การอนุรักษ์  ฟื้นฟู     และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
ธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม  และความหลากหลายทางชีวภาพ  เพื่อการเกษตร  การค้นคว้า  วิจัย  และพัฒนาภูมิปัญญา  พันธุกรรมพืชและสัตว์ท้องถิ่น
นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม  และการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการค้นคว้า  วิจัย        และพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางเกษตรกรรมและเกษตร
อุตสาหกรรม   รวมถึงการเสนอแนะแนวทางในการเข้าถึงแหล่งทุน   และการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร   การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเกษตรกร
เชื่อมโยง  และพัฒนาความร่วมมือในการผลิตทางเกษตรกรรม  การแปรรูป  การตลาด  และการบริโภค       เพื่อการยังชีพระหว่างเครือข่ายองค์กร
เกษตรกรกับภาครัฐ และภาคเอกชน การสนับสนุน ส่งเสริมให้การศึกษา อบรม ถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี  ด้านเกษตรกรรมและการจัดการให้แก่
เกษตรกรและยุวเกษตรกร  รวมทั้งการปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนที่เกี่ยวกับการเกษตรที่มีอยู่ให้สามารถรองรับการช่วยเหลือเกษตรกรอย่าง
ครบวงจรและลดการซ้ำซ้อน  รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว  โดยสามารถกำหนดรายละเอียด  วิธีปฏิบัติ    และระยะเวลาในการ
ดำเนินการให้ชัดเจนได้ด้วย   หลังจากที่สภาเกษตรกรแห่งชาติจัดทำแผนแม่บทแล้ว  ให้เสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา วิเคราะห์ และกลั่นกรอง เพื่อ
เสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน  และสภาเกษตรกรแห่งชาติมีอำนาจติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติงานตามแผนแม่บท  พร้อมทั้งรายงานปัญหา
และอุปสรรคที่ไม่อาจดำเนินการตามแผนแม่บทได้ และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา

          สำหรับหน่วยงานฝ่ายเลขานุการของสภาเกษตรกรแห่งชาติ   คือ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ     หรือ สกช.   เป็นหน่วยงานของรัฐ
มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฏหมายอื่น     ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
หรือปริมณฑล ทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านธุรการ    และเป็นเลขานุการของสภาเกษตรกรแห่งชาติ รวบรวม ศึกษา วิจัย พัฒนา และวิเคราะห์ข้อมูล
ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาเกษตรกรจังหวัด สำนักงาน และสำนักงานสภาจังหวัด ประชาสัมพันธ์แผนแม่บทและ
การดำเนินงานของสภา   รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร  จัดให้มีฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ระบบข้อมูลและ
การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเกษตรและกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง  ทั้งด้านการบริหารจัดการ  การวิจัย  การผลิต  การแปรรูป  การตลาด และ
ราคาในประเทศและต่างประเทศ   รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ด้วย    นอกจากนี้ยังรวมถึงประสานการดำเนินงานกับ
สภาเกษตรกรจังหวัด   และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง   จัดทำรายงานประจำปีของสภาเกษตรกรแห่งชาติ  และหน้าที่อื่นๆ  ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ให้
เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

          สำหรับเลขาธิการสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ  แต่งตั้งโดยประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ      ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและ
ลูกจ้างของสำนักงาน   และรับผิดชอบการบริหารกิจการของสำนักงาน       และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภา-
เกษตรกรแห่งชาติ โดยเลขาธิการมีวาระการจ้างไม่เกินคราวละ 4 ปี

สภาเกษตรกร-เสียงคนเกษตร

          องค์ประกอบของสภาเกษตรกรแห่งชาติ      ประกอบด้วย สมาชิกจำนวนทั้งสิ้น 99 คน  จากผู้แทน 3 ประเภท    คือ สมาชิกสภาเกษตรกร-
แห่งชาติโดยตำแหน่ง ได้แก่ (1) ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ   (2) ผู้แทนองค์กรเกษตรกรด้านพืช สัตว์ ประมง และเกษตรกรรม
อื่นๆ ตามที่สมาชิกในกลุ่มที่ 1 เลือก จำนวน 16 คน    โดยต้องครอบคลุมทุกสาขา และ     (3) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพืช สัตว์ ประมง อย่างน้อยด้านละ
1 คน รวมทั้งสิ้น 7 คน   ซึ่งสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติกลุ่มที่ 1 และ 2  เลือกเข้ามาในขณะที่สภาเกษตรกรจังหวัด  มีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า
21 คน จากผู้แทน 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 ผู้แทนเกษตรกรระดับอำเภอ ตามจำนวนอำเภอในจังหวัดนั้น แต่ต้องไม่น้อยกว่า 16 คน และกลุ่มที่ 2 ผู้ทรง
คุณวุฒิ ด้านพืช สัตว์ ประมง อย่างน้อยด้านละ 1 คน รวมทั้งสิ้น 5 คน

          สภาเกษตรกรจังหวัด  มีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกร และองค์กรเกษตรกรภายในจังหวัด ประสาน
นโยบายและการดำเนินงานระหว่างองค์กรเกษตรกร เกษตรกร สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา  และหน่วยงานของรัฐ  ส่งเสริมและสนับสนุนการรวม
กลุ่มขององค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร   และยุวเกษตรกรในจังหวัดในรูปแบบต่างๆ   เสนอแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัดต่อสภาเกษตรกร
แห่งชาติ เพื่อบูรณาการแผนแม่บทเสนอต่อคณะรัฐมนตรี    รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรม   และการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่
เกษตรกร และยุวเกษตรกร   เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างครบวงจรและยั่งยืน    นอกจากนี้ ต้องทำหน้าที่เสนอ
นโยบายและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรม   รวมทั้งราคาผลผลิตทางการเกษตรกรรมที่ไม่เป็นธรรมต่อสภา
เกษตรกรแห่งชาติ    ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่เกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกร     และสามารถแต่งตั้งคณะทำงานได้ตามความจำเป็นพร้อมทั้ง
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติมอบหมาย อย่างไรก็ตาม

          ในระยะแรก   ตามบทเฉพาะกาลได้กำหนดให้ปลัดกระทรวงเกษตร   และสหกรณ์ทำหน้าที่เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติและ
หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร  เกษตรและสหกรณ์จังหวัดทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานสภาจังหวัด
    มีอายุไม่เกิน 2 ปี
นับตั้งแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้   และจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเพื่อให้ได้มา  ซึ่งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดชุดแรก
ส่วนรายชื่อเกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน   ให้พิจารณาจากบัญชีครัวเรือนเกษตรกรที่กระทรวงเกษตร  และสหกรณ์ได้ขึ้น
ทะเบียนไว้แล้ว  โดยให้เกษตรกรที่บรรลุนิติภาวะทุกคนในแต่ละครัวเรือนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน     รวมทั้งพิจารณาจาก
บัญชีรายชื่อเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพิ่มเติมด้วย        หลังจากนั้นผู้แทนเกษตรกรในระดับหมู่บ้านจะเลือกผู้แทนเกษตรกรระดับตำบล
และผู้แทนเกษตรกรในระดับตำบลเป็นผู้เลือกผู้แทนเกษตรกรระดับอำเภอ        โดยผู้แทนเกษตรกรระดับอำเภอร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นผู้เลือก
ประธานสภาเกษตรกรระดับจังหวัด   เพื่อให้ประธานสภาเกษตรกรระดับจังหวัดเข้ามาทำหน้าที่สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติต่อไป

สภาเกษตรกรชุดแรก-เงื่อนไข เงื่อนเวลา

          บทบัญญัติของกฎหมายกำหนดเงื่อนเวลาสำหรับการดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งสภาเกษตรกรแห่งชาติไว้อย่างชัดเจน กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์    ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบกฎหมายฉบับดังกล่าว    ได้ประกาศหลักเกณฑ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดชุดแรก เมื่อวันที่
26 พฤศจิกายน 2553      และหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร  เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2553   โดยเปิดให้ขึ้นทะเบียนได้ระหว่างวันที่
21 ธันวาคม 2553  - 20 มีนาคม 2554   หลักเกณฑ์ที่สำคัญ คือ ต้องเป็นนิติบุคคล หรือกลุ่ม  หรือคณะของเกษตรกรที่มีวัตถุประสงค์ประกอบการ
เกษตรกรรม  หรือเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น    หรือกลุ่มหรือคณะของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนตามระเบียบ ประกาศ  หรือแนวทางของหน่วยงาน
ทางราชการไว้แล้ว  กรณีเป็นกลุ่มหรือคณะของเกษตรกรที่ยังไม่ได้รองรับโดยกฏหมายอื่น    จะต้องมีสมาชิกรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนขึ้นไป
ตลอดจนต้องมีที่อยู่ของสำนักงานที่ชัดเจน       ซึ่งองค์กรเกษตรกรเหล่านี้ทั้งหมดจะต้องมายื่นแบบฟอร์มขอขึ้นทะเบียน  ณ สำนักงานเกษตรและ
สหกรณ์จังหวัดในพื้นที่  หรือสำนักงานเกษตรกรุงเทพมหานคร ตามวันเวลาที่กำหนด

          สำหรับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรใช้รายชื่อเกษตรกร  และสมาชิกในครัวเรือนเกษตรกรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว
ร่วมกับทะเบียนเกษตรกรเพิ่มเติม      ซึ่งเป็นรายชื่อเกษตรกรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมตามบทเฉพาะกาลของพระราช-
บัญญัติฉบับนี้   โดยได้รับขึ้นทะเบียนไปแล้วระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2553  ซึ่งรายชื่อทั้งสองส่วนจะถูกนำมาตรวจสอบและจัด
ทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรในระดับหมู่บ้านต่อไป ผู้สมัครเป็นผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ต้องเป็นเกษตรกรที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่
สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์   และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามต่างๆ   เช่น เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่ง
ทางการเมือง กรรมการ ที่ปรึกษา  เจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง  เป็นข้าราชการ พนักงาน  หรือลูกจ้างของรัฐ เป็นนักบวช    เป็นบุคคลวิกลจริตเป็น
บุคคลซึ่งทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ  หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้าง  เนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่
เป็นต้น เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 19 - 23 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา

          กระบวนการต่อมาคือ  การเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้านทั้วประเทศ   โดยกำหนดให้วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554  เป็นวันเลือกตั้ง
ผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน
 และประกาศผลการเลือกตั้งไม่เกินวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554      หลังจากนั้นผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้านจะต้อง
เลือกผู้แทนเกษตรกรระดับตำบล  ภายในวันที่ 28 มีนาคม 2554               เพื่อให้ผู้แทนเกษตรกรระดับตำบลเลือกผู้แทนระดับอำเภอภายในวันที่
10 พฤษภาคม 2554    และประกาศรายชื่อผู้แทนระดับอำเภอภายใน  วันที่ 24 พฤษภาคม 2554  ซึ่งต้องแจ้งรายชื่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ เพื่อแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด   และส่งลงประกาศในราชกิจการนุเบกษา    หลังจากนั้นสภาเกษตรกรแห่งชาติจึง
จะสามารถดำเนินการต่อไป  ทั้งนี้ สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติมีวาระคราวละ 4 ปี  นับตั้งวันที่ประกาศรายชื่อ โดยไม่สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อ
กัน 2 วาระได้ การวางแนวทางเพื่อให้มาซึ่งสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้    เป็นวิธีการเพื่อให้ได้ผู้แทนที่
เป็นผู้แทนเกษตรกรอย่างแท้จริง     มุ่งหวังให้เกษตรกรที่ว่ากันว่าเป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ของประเทศได้มีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น  เพื่อพัฒนา
อาชีพและวิถีชีวิตของเกษตรกรด้วยตนเองอย่างแท้จริง

          เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน      เป้าหมายดังกล่าวจะเป็นเป้าหมายของทุกๆ คน มิใช่เป้าหมายของใคร
คนหนึ่ง  หรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง     ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปดังเจตนารมณ์หรือไม่ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554     ได้เห็นเค้าลางกันอย่าง
แน่นอน สภาใหม่ งานใหม่ ?

(ขอบคุณ : สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/ข้อมูล)

     พบกันใหม่ฉบับหน้า..........สวัสดี
อังคณา   
 

คำถามฉีกซอง
กองบรรณาธิการจดหมายข่าวผลิใบฯ กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพฯ 10900  e-mail : asuwannakoot@hotmail.com

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406