ผลิใบ รายงาน
กองบรรณาธิการ

ชวนดูเศรษฐกิจการเกษตรครึ่งปีแรก

          คงไม่มีใครไม่ทราบว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในชาติ   การนำเข้า-ส่งออกผลิตผลทางการเกษตรเป็นการ
ค้าขายด้านหนึ่งที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรก (เดือนมกราคม - ธันวาคม) ของปี 2557      สำนักเศรษฐกิจการเกษตร
ได้ศึกษาวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร   พบว่า มีการขยายตัวร้อยละ 0.8    และคาดว่าตลอดทั้งปีจะขยายตัวประมาณร้อยละ 2.1-3.1 โดยมี
รายละเอียดในแต่ละสาขา ดังนี้

          สาขาพืช ขยายตัวร้อยละ 1.5  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556    โดยพืชสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น      ได้แก่ ข้าวนาปี อ้อยโรงงาน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย และทุเรียน

          ผลผลิตข้าวนาปีเพิ่มขึ้น  เนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว  ประกอบกับการดูแลเอาใจใส่ของเกษตรกร ทำให้
ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น          สำหรับอ้อยโรงงาน ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากมาตรการโซนนิ่งของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ไม่
เหมาะสมมาปลูกอ้อยโรงงานทดแทน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก  ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่
เพิ่มขึ้น ยางพารา ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีเนื้อที่เปิดกรีดหน้ายางใหม่เพิ่มขึ้น ปาล์มน้ำมัน ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเนื้อที่ปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ในปี
2554 เริ่มให้ผลผลิต ลำไย มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากเนื้อที่ปลูกลำไยแทนไม้ผลชนิดอื่นตั้งแต่ปี 2554     เริ่มให้ผลผลิต ทุเรียน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น
เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยให้ทุเรียนออกดอกดกและมีหลายรุ่นมากขึ้น

          สำหรับพืชที่มีผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน มังคุด และเงาะ    โดยข้าวนาปรัง มีผลผลิตลดลงเนื่องจาก
ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่  ได้แก่ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์มีน้อยกว่าปี 2556   ทำให้ไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังหรือข้าวนาปรังรอบสองใน
พื้นที่บางส่วนของภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบนได้  ประกอบกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นยาวนาน ส่งผลกระทบต่อต้นข้าวในช่วงตั้งท้อง
ถึงช่วงออกรวง         ทำให้ต้นข้าวชะงักการเจริญเติบโต มันสำปะหลัง มีผลผลิตลดลงเนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงานทดแทน
อีกทั้งพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังแซมในสวนยางพาราลดลง     ประกอบกับการเกิดภาวะแห้งแล้งในบางพื้นที่ ทำให้หัวมันสำปะหลังมีขนาดเล็กและไม่
เจริญเติบโตเท่าที่ควร    สับปะรดโรงาน มีผลผลิตลดลงจากปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่ปลูกแซมในสวนยางพาราลดลง    ผลผลิตมังคุดและเงาะ
ลดลง เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นมังคุดและเงาะเพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมันทดแทน

          ด้านราคาสินค้าเกษตรที่มีราคาเพิ่มขึ้น   ได้แก่ มันสำปะหลัง สับปะรดโรงาน ปาล์มน้ำมัน ลำไยและมังคุด ส่วนสินค้าเกษตรที่มีราคาลดลง
ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ทุเรียน และเงาะ

 

          สาขาปศุสัตว์  ขยายตัวร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556   โดยสินค้าปศุสัตว์ที่สำคัญทั้งไก่เนื้อ สุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในช่วงต้นปี แม้ว่าในระยะต่อมาจะเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งทำให้ไก่เนื้อและสุกรเจริญเติบโต
ช้า อัตราการให้ไข่และขนาดของไข่ลดลง    แต่ในภาพรวมแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตมากนัก    เนื่องจากมีระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานและ
มีการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง

          สาขาประมง  ลดลงร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556  โดยผลผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงออกสู่ตลาดน้อยลง เนื่องจากปัญหา
โรคตายด่วนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากปี 2556    ยังคงส่งผลต่อการผลิตกุ้งในครึ่งแรกของปีนี้      ประกอบกับในช่วงต้นปีมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น
และต่อมาในเดือนมีนาคมมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด และปริมาณฝนน้อย      ทำให้น้ำมีระดับความเค็มสูงเร็วมาก    ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของ
เชื้อโรคต่าง ๆ อีกทั้งยังพบโรคตัวแดงดวงขาวในบางพื้นที่  และการขาดแคลนลูกพันธุ์กุ้งคุณภาพดี   ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจใน
สถานการณ์ดังกล่าว  จึงชะลอการผลิตออกไป   ส่วนผลผลิตจากการทำประมงทะเลลดลง        เนื่องจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ
บางรายเข้าไปตั้งโรงงานในอินโดนีเซียแทน ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำที่ขึ้นท่าเทียบเรือในไทยลดลง ด้านราคากุ้งขาวแวนนาไมปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจาก
ผลผลิตที่ลดลงจากปัญหาโรคระบาด

          สาขาบริการทางการเกษตร  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9  เนื่องจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกอ้อยโรงงานเพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการปลูก
อ้อยของรัฐบาลและโรงงานน้ำตาล    ทำให้มีการใช้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร    เช่น รถไถเตรียมดิน รถตัดอ้อยเพิ่มขึ้น    อย่างไรก็ตาม
พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา     จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนที่ไม่เพียงพอต่อการปลูกข้าวนาปรังรอบสอง
ทำให้มีการใช้บริการรถไถพรวนดิน และรถเดี่ยวนวดข้าวลดลง ส่งผลให้การบริการทางการเกษตรในภาพรวมขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

          สาขาป่าไม้ หดตัวประมาณร้อยละ 1.0 เนื่องจากผลผลิตป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้ยูคาลิปตัส น้ำผึ้งธรรมชาติ ครั่ง ไม้ซุง และกลุ่มวัสดุสาน
(หวายและไม้ไผ่) หดตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 โดยที่ครั่งและไม้ซุงหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1   ซึ่งเป็นผลจากการชะลอการ
นำเข้าของประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ เยอรมนี อินเดีย และจีน ส่วนไม้ยางพาราขยายตัวเพียงเล็กน้อย

แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2557

          ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.1-3.1 โดยสาขาการผลิตที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ สาขาพืช
ปศุสัตว์  บริการทางการเกษตร และป่าไม้  ส่วนสาขาการผลิตที่หดตัวลง    คือ สาขาประมง  สำหรับผลผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ    เช่น ข้าวนาปี
อ้อยโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน  และผลไม้ (ลำไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ)  มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น    ขณะที่ผลผลิตปศุสัตว์ ทั้งไก่เนื้อ สุกร ไข่ไก่
และน้ำนมดิบ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนผลผลิตประมงโดยเฉพาะการผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยง คาดว่าปริมาณผลผลิตกุ้งจะใกล้เคียงกับปี 2556
โดยมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นในช่วงปลายปี 2557    เนื่องจากเร่งดำเนินมาตรการในการแก้ไขปัญหาของกรมประมง ทั้งในด้านการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์กุ้ง
ที่ปลอดเชื้อ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในทุกขั้นตอน รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูแหล่งเลี้ยงกุ้งทะเล

          นอกจากนี้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักจะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตร   และผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้า
เกษตรภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นด้วย      แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูว่าจะมีพื้นที่ใดบ้างที่ประสบภาวะภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง    ซึ่งอาจส่งผลให้
ผลผลิตสินค้าเกษตรบางส่วนเสียหายได้

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 1090
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406