ผลิใบ รายงาน
วาสนา

รู้จักกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช

          กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช เป็นกองทุนหมุนเวียน  จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาตรา 54   เพื่อเป็นทุนใช้จ่าย
ในการช่วยเหลือ และอุดหนุนกิจการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ การวิจัย  และการพัฒนาพันธุ์พืช   อยู่ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการกองทุน
คุ้มครองพันธุ์พืช ที่มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน   บุคคลอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชแต่งตั้งไม่เกิน 7 คน เป็นกรรมการ
และมีอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นกรรมการและเลขานุการ       

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับงานกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช

          ชุมชน ตามความหมายของ  พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542        หมายถึง ชุมชนที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง
พันธุ์พืช พ.ศ. 2542   โดยบุคคลที่ขอขึ้นทะเบียนชุมชนต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว        ตั้งถิ่นฐานและสืบทอดระบบวัฒนธรรมร่วมกันมาโดยต่อเนื่อง
ไม่น้อยกว่าสิบปี และเป็นผู้ร่วมกันอนุรักษ์       หรือพัฒนาพันธุ์พืชที่เข้าลักษณะที่กำหนดไว้ตามมาตรา 43 คือ เป็นพันธุ์พืชที่มีอยู่เฉพาะในท้องที่
ใดท้องที่หนึ่งภายในราชอาณาจักรเท่านั้น และไม่เคยจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่

          พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น    หมายความว่า พันธุ์พืชที่มีอยู่เฉพาะในชุมชนใดชุมชนหนึ่งภายในราชอาณาจักรและไม่เคยจดทะเบียนเป็น
พันธุ์พืชใหม่ ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

          องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาที่เป็นแหล่งที่นำพันธุ์พืช
พื้นเมืองทั่วไปมาใช้ประโยชน์

          ชุมชนจะได้รับการจดทะเบียนก็ต่อเมื่อมีพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นในชุมชนนั้น  โดยตั้งตัวแทนยื่นคำขอเป็นหนังสือ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
แห่งท้องที่    เมื่อชุมชนได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว     ชุมชนสามารถเป็นเจ้าของพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นได้      โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์   ยื่นคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมวิชาการเกษตร     หรือสำนักงานเกษตร
และสหกรณ์จังหวัด แล้วแต่กรณี      เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณายื่นจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นได้ มีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ
ตั้งถิ่นฐาน และสืบทอดระบบวัฒนธรรมร่วมกันในพื้นที่ดังกล่าวโดยต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่าสิบปี          และเป็นผู้ร่วมกันอนุรักษ์หรือพัฒนาพันธุ์พืช
พื้นเมืองเฉพาะถิ่นที่ประสงค์จะจดทะเบียนตามมาตรา 45

  

วัตถุประสงค์ของกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชคืออะไร

          เพื่อช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการของชุมชนที่มีกิจกรรมการ อนุรักษ์ การวิจัยและการพัฒนาพันธุ์พืช ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เพื่อ
อุดหนุนการอนุรักษ์ การวิจัยและการพัฒนาพันธุ์พืชของชุมชน  และเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน

ภาระกิจของกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชทำอะไรบ้าง

          บริหารงานกองทุนและควบคุมการใช้เงินกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความ
เห็นชอบของกระทรวงการคลัง คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข   และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงิน
กองทุนตามวัตถุประสงค์  กำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดสรร ขอเงินช่วยเหลือหรือขอเงินอุดหนุนจากกองทุน รวมถึงเผยแพร่
แนวทางการดำเนินงานของกองทุนเพื่อให้ชุมชนมีความรู้ด้านการอนุรักษ์      และหวงแหนทรัพยากรของชาติตลอดจนการวิจัย และพัฒนาพันธุ์พืช
พื้นเมืองเฉพาะถิ่น

เงินกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชได้มาจากไหน

          ได้จากเงินรายได้จากข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ตามมาตรา 52        เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช เงิน
อุดหนุนจากรัฐบาล เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้  ดอกผลและผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน    

ผู้มีสิทธิได้รับจัดสรรเงินกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช คือใคร

          1.  ผู้อนุรักษ์หรือพัฒนาพันธุ์พืช (ร้อยละยี่สิบ)

          2.  ชุมชน (ร้อยละหกสิบ)

          3.  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ที่เป็นผู้ทำนิติกรรม (ร้อยละยี่สิบ)

          ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

การดำเนินงานที่ผ่านมา

          ปีบัญชี 2557 กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชจัดอบรมให้ความรู้ด้านกฏหมายคุ้มครองพันธุ์พืช       และแนวทางการดำเนินงานของกองทุนให้กับ
ชุมชน 3 ชุมชนในเขตจังหวัดเพชรบุรี น่าน และเลย          เพื่อให้ชุมชนมีความรู้ด้านการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรของชาติตลอดจนการวิจัย
และพัฒนาพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น


การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านกฏหมายคุ้มครองพันธุ์พืช

          นอกจากนี้ สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชยังมีการดำเนินงานวิจัยศึกษาข้อมูลลักษณะพฤกษศาสตร์ของพืชพื้นเมือง  ที่มีศักยภาพเป็นพืชพื้นเมือง
เฉพาะถิ่นโดยศึกษาพฤกษศาสตร์ของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในชุมชน เขตพื้นที่ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย  และศึกษา
พฤกษศาสตร์ของพันธุ์พืชพื้นเมืองในชุมชน    เขตพื้นที่ภาคใต้  3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา พบพันธุ์ข้าวพื้นเมืองใน 3 จังหวัด
ภาคเหนือ และพืชพื้นเมืองใน 3 จังหวัดภาคใต้  แต่ยังไม่มีคุณสมบัติเป็นพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นตามกฏหมายคุ้มครองพันธุ์พืช

แผนการจัดฝึกอบรมในปี 2558

          กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช    จัดอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช     และแนวทางการดำเนินงานของกองทุนให้กับชุมชนในเขต
จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 6 ครั้ง        กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครั้งละ 30 คน     จัดระหว่างวันที่
20 - 29 กรกฎาคม 2558 ที่ชุมชนตำบลปรังเผล ชุมชนตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี      และชุมชนตำบลท่าขนุน ชุมชนตำบลชะแล ชุมชนตำบล
สหกรณ์นิคม ชุมชนตำบลห้วยเขย่ง อำเภอสังขละบุรี 

          ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้ โดยแจ้งความประสงค์ได้ที่งานกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช ตึกโภชากร ชั้น 2
โทรศัพท์/โทรสาร 0-2940-7214 หรือ อีเมลล์ pvpo@doa.in.th

          หมายเหตุ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดกระบวนการจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น หากผู้ใดพบพืชที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 43 แห่ง
พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 กล่าวคือ    เป็นพันธุ์พืชที่มีอยู่เฉพาะในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งภายในราชอาณาจักรเท่านั้น  เป็นพันธุ์พืชที่ไม่เคย
จดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ และชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ หรือพัฒนา พันธุ์พืชนั้นขึ้นมา โปรดแจ้งให้สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชทราบด้วยจักขอบคุณยิ่ง

 

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 1090
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406