ผลิใบ รายงาน
กองบรรณาธิการ

ชมพู่พร้อมเดินทางอีกครั้ง

          หากนึกย้อนกลับเมื่อปี 2555            ในแวดวงการส่งออกสินค้าเกษตรมีปัญหาหนึ่งเกิดขึ้น คือ ชมพู่จากไทยไม่สามารถส่งไปจำหน่ายยัง
สาธารณรัฐประชาชนจีนได้เนื่องจากพบแมลงวันผลไม้ติดไปกับชมพู่กระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
(The General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine : AQSIQ)         ได้ออกประกาศระงับการนำเข้าชมพู่จาก
ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 31 พฤษภาคม 2555  เนื่องจากตรวจพบแมลงวันผลไม้ติดไปจำนวนหนึ่งและหลายครั้ง

          สาธารณรัฐประชาชนจีน  เป็นตลาดผลไม้ของไทยที่มีขนาดใหญ่ประเทศหนึ่ง  มีมูลค่าการส่งออกมหาศาล  เพราะฉะนั้นการถูกระงับนำเข้า
เช่นนี้  สร้างความเสียหายต่อเสถียรภาพการส่งออก และชื่อเสียงในด้านการบริหารจัดการผลิตผลเกษตรของประเทศไทย     ประกอบกับแมลงวัน
ผลไม้เป็นศัตรูพืชที่สำคัญ ซึ่งหลายประเทศมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากสามารถเข้าทำลายผลิตผลทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวหากไม่มี
การป้องกันกำจัดอย่างเหมาะสม จะทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นอย่างมาก

 

ย้อนอดีต

          หลังจากที่มีการประกาศระงับการนำเข้าชมพู่ไทยจากจีนแล้ว กรมวิชาการเกษตร ได้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทย
ไปจีน          ซึ่งได้นำมาตรการแก้ไขปัญหาการส่งออกชมพู่ไปประเทศมาเลเซียมาปรับใช้  พร้อมทั้งจัดส่งมาตรการดังกล่าวให้ AQSIQ  พิจารณา
ข้อปฏิบัติ  คือ ชมพู่ที่จะส่งออกไปจีนต้องมาจากแปลง GAP ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร       และต้องมีการห่อผลชมพู่ในแปลงด้วย
รวมทั้งการคัดบรรจุต้องทำในสถานที่ที่แมลงวันผลไม้ไม่สามารถเข้าได้        ภาชนะบรรจุชมพู่ต้องสะอาด ใหม่ และป้องกันการเข้าทำลายซ้ำของ
แมลงวันผลไม้ได้  นอกจากนี้ภาชนะบรรจุต้องติดฉลากที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบ
ก่อนการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

          ต่อมา AQSIQ ได้แจ้งมายังคณะทำงานฯ  เกี่ยวกับวิธีการใช้ถุงห่อชมพู่ในสวน   ว่ายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ว่าสามารถ
ลดอันตรายจากแมลงวันผลไม้ในชมพู่ลงได้       ขอให้ไทยหาวิธีการใหม่พร้อมทั้งส่งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ให้จีนได้ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยง
ศัตรูพืชด้วย  กรมวิชาการเกษตร    จึงได้มีการศึกษาชนิดของแมลงวันผลไม้ศัตรูธรรมชาติ และฤดูระบาดของแมลงวันผลไม้ที่สำคัญในแปลงปลูก
เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการหาวิธีป้องกันกำจัดที่เหมาะสม     พร้อมทั้งจัดทำมาตรการและประสิทธิภาพของการห่อผลชมพู่     เพื่อป้องกันการเข้า
ทำลายของแมลงวันศัตรูพืช    และความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพในการป้องกันแมลงศัตรูพืชของวิธีการดังกล่าวกับปริมาณความหนาแน่นของ
แมลงศัตรูพืชต่อแปลงเพาะปลูก  จัดทำข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับหนอนแดง ตามที่ AQSIQ แนะนำ

          กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามคำแนะนำของ AQSIQ อย่างจริงจัง       ซึ่ง AQSIQ  ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก มีการ
พิจารณาแต่ละขั้นตอนที่ละเอียด  เพื่อป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้น  ซึ่งกรมวิชาการสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างดี

          ระหว่างที่รอการอนุญาตส่งออกชมพู่ไทยไปจีน จาก AQSIQ กรมวิชาการเกษตร ได้มีการจัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ต่อผู้ส่งออก  ผู้รวบรวมผลผลิต  เกษตรกร  เจ้าหน้าที่ผู้กำกับดูแลการส่งออก       พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนขอรับรองระบบ
การผลิตชมพู่กับกรมวิชาการเกษตร  จัดอบรมแก่เกษตรกรเกี่ยวกับการป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้  ให้การอบรมแก่ผู้รวบรวมผลผลิตในเรื่องการ
จัดการหลังการเก็บเกี่ยวโดยเฉพาะการคัดบรรจุในสถานที่ปลอดแมลงวันผลไม้    รวมทั้งอบรมผู้ส่งออกเกี่ยวกับมาตรการดำเนินงาน ณ จุดส่งออก
มาตรการดำเนินการเมื่อตรวจพบศัตรูพืช ณ จุดส่งออกและประเทศปลายทาง

 

          กระทั่งเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2557 AQSIQ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในพิธีสารย่อและให้มีการทดลองส่งออกผลชมพู่สด
เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2558 เมื่อครบกำหนด AQSIS ได้ขอเพิ่มระยะเวลาการทดลองส่งออกอีก 3 เดือน ระหว่าง
วันที่ 1 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2558  เมื่อสิ้นสุดเวลาการทดลอง  จีนได้ยอมรับมาตรการแก้ไขปัญหาการส่งออกชมพู่ของไทย    นำไปสู่การ
ลงนามในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดด้านมาตรการสุขอนามัยพืชสำหรับผลชมพู่สดส่งออกไปจีน เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2558

พิธีสารฯ

          เนื้อหาส่วนหนึ่งของพิธีสารฯ       ระบุไว้ว่า  สวนชมพู่และโรงคัดบรรจุประสงค์ที่จะส่งออกชมพู่ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนจะต้องทำการ
ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  รายละเอียดในการขึ้นทะเบียนของสวน และโรงคัดบรรจุจะต้องประกอบด้วย  ชื่อ  หมายเลขทะเบียน
ที่อยู่ เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องส่งรายชื่อการขึ้นทะเบียนของสวนและโรงคัดบรรจุให้แก่ AQSIQ เพื่อให้
ความเห็นชอบและประกาศในเว็บไซต์

          สวนชมพู่ที่ส่งออกไปจีนต้องขึ้นทะเบียน และดำเนินการตามหลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP)  รวมทั้ง
ใช้หลักการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน (Integrated pest management : IPM)  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าผลชมพู่จะไม่ถูกแมลงศัตรูพืช
กักกันที่อยู่ในความกังวลของจีน  (ได้แก่ แมลงวันผลไม้ Bactroceracorrecta     แมลงวันผลไม้ Bactrocera dorsalis               แมลงวันผลไม้
Bactroceracarambolae
 หนอนแดง Meridarchisspp.  เพลี้ยแป้ง Pseudococcidaespp.)  เข้าทำลาย    และมาตรการการป้องกันแมลง (ตามที่
ระบุไว้ในพิธีสารฯ)  ต้องมีการนำไปปฏิบัติเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชกักกันดังกล่าว

 

          สวนที่ขึ้นทะเบียนจะต้องมีการบันทึกการสำรวจ  ตรวจสอบ  และเฝ้าระวังแมลงศัตรูพืชกักกันที่อยู่ในความกังวลของจีน   รวมทั้งการบันทึก
การใช้สารเคมีและการป้องกันกำจัดด้วยชีววิธี  ทั้งนี้การเฝ้าระวังและการสำรวจจะต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

          สำหรับการคัดบรรจุ การเก็บรักษาและการบรรจุขนส่งชมพู่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระหว่างกระบวนการ
คัดบรรจุชมพู่จะต้องผ่านการคัดเลือก   แบ่งเกรด   ตรวจสอบ        หลังการบรรจุต้องนำเข้าห้องทันทีเพื่อป้องกันชมพู่ถูกทำลายจากแมลงศัตรูพืช
บรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุชมพู่ต้องใหม่ สะอาด ถูกสุขอนามัย  โดยบรรจุภัณฑ์จะต้องระบุชื่อผู้ส่งออก ชนิดของผลไม้ ชื่อ     และหมายเลขทะเบียน
โรงคัดบรรจุ  ชื่อและหมายเลขทะเบียนสวนเป็นภาษาอังกฤษ   และต้องระบุข้อความส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นภาษาจีน และภาษา
อังกฤษ

          ในด้านการกักกันก่อนการส่งออก  กำหนดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สุ่มเก็บตัวอย่าง 4%  ของชมพู่ที่ส่งออกแต่ละครั้งเพื่อตรวจสอบ
หากไม่มีการตรวจพบปัญหาเป็นเวลา 2 ปี  อัตราการสุ่มเก็บตัวอย่างจะลดเหลือ 3%

          ในกรณีที่ตรวจพบแมลงศัตรูพืชกักกันมีชีวิต  สินค้าล๊อตนั้นจะไม่สามารถส่งออกไปจีนได้     โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะระงับการ
ส่งออกจากสวนและโรงคัดบรรจุนั้นเป็นการชั่วคราว  และดำเนินการตรวจสอบสาเหตุรวมทั้งใช้มาตรการปรับปรุงแก้ไข

          เมื่อชมพู่ไปถึงด่านนำเข้าของจีน    จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร    เช่น ใบรับรองสุขอนามัยพืช  ใบอนุญาตนำเข้า   รวมทั้ง
ใบอนุญาตและเครื่องหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ชมพู่เหล่านั้นจะไม่สามารถนำเข้าได้ แต่หากตรวจพบศัตรูพืชกักกัน
มีชีวิต ชมพู่จะถูกทำลายหรือส่งกลับทั้งหมด

          จากนี้อีก 5 ปี กระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบ และกักกันโรคจะดำเนินการประเมินมาตรการการตรวจสอบ และกักกันชมพู่    ซึ่งรวมถึง
การเดินทางมาตรวจประเมินในประเทศไทย  เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการปฏิบัติเป็นไปตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้

 

          หากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร   ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ   ผู้ส่งออก     ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
เงื่อนไขต่างๆ  ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้องและเคร่งครัด    จะทำให้ไม่เกิดผลกระทบในการส่งออกชมพู่ไปสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเช่นที่ผ่านมา
ทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการนำเข้าผลิตผลเกษตรไทยจากประเทศคู่ค้าอื่นได้ด้วย

          เป็นเวลามากกว่า 3 ปีที่วงการเกษตรไทยยืนหยัดในการแก้ไขปัญหาเรื่องการส่งออกชมพู่จีน    เราต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ด้วยพื้นฐานที่
แน่นกว่าเดิม สินค้ามีคุณภาพมากกว่าเดิม มีการจัดการสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และต้องได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าที่ผ่านมา...
ปัญหาที่ผ่านเข้ามาให้ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ความเข้มแข็งที่ไม่มีวันเสียเปล่า

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 1090
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406