ผลิใบ รายงาน
ประภาส  ทรงหงษา

ยืนยันทุเรียนไทยปลอดภัย ไร้สารพิษ

ข่าวไม่จริงทุเรียนชุบสาร

           กรณีที่มีข้อมูลแพร่หลายใน Social Media  ว่าไทยมีการใช้สารพิษอันตรายในการผลิตทุเรียนเพื่อส่งออก  โดยต้นตอของข้อมูลดังกล่าว
มาจากสื่อของประเทศมาเลเซีย ข้อมูลดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อทุเรียนไทย โดยเฉพาะผู้บริโภคในต่างประเทศ

           นายอนันต์  สุวรรณรัตน์  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร     ยืนยันว่าประเทศไทยมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนคุณภาพมาอย่าง
ต่อเนื่องสามารถผลิตทุเรียนคุณภาพออกสู่ตลาดได้ตลอดทั้งปี      ขณะเดียวกันไทยยังมีมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนที่ส่งออกไปต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นตลาดจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และอินโดนีเซีย เป็นต้น

           ทุเรียนที่ส่งออกต้องมาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอพี (GAP)    ซึ่งครอบคลุมกระบวนการผลิตทุเรียนเพื่อให้ได้ผลผลิต
ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย ปลอดศัตรูพืช และมีการเก็บเกี่ยวทุเรียนที่มีความแก่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคแต่ละตลาด

           นอกจากนั้น  สินค้าที่จะส่งออกต้องผ่านการคัดแยกคุณภาพ  และบรรจุในโรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP)      จาก
กรมวิชาการเกษตร และขณะนี้มีโรงคัดบรรจุผลไม้เพื่อการส่งออกได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP แล้ว 141 โรง อยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 64 โรง
ระยอง 10 โรง ชลบุรี 1 โรง ชุมพร 64 โรง และนครศรีธรรมราช 2 โรง

           นายอนันต์ กล่าวว่า ทุเรียนพันธุ์หมอนทองเป็นพันธุ์การค้าที่ไทยส่งออกปริมาณมาก ซึ่งเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนพันธุ์ดังกล่าว
เมื่อเนื้อมีสีเหลืองนวล  คิดเป็นน้ำหนักแห้งเนื้อร้อยละ 32   โดยผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้วจะถูกขนส่งมายังโรงคัดบรรจุเพื่อแยกคุณภาพ    ทั้งทรงผล
น้ำหนัก และความสุกแก่ตามความต้องการของแต่ละตลาด  แล้วล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหรือใช้ลมเป่า     เพื่อไม่ให้มีเศษดินหรือศัตรูพืช
ติดไปกับสินค้า

           จากนั้นจึงจุ่มสารชนิดเดียวกับที่ใช้ในการบ่มกล้วยหอมหรือผลไม้อื่น ๆ  ซึ่งจะกระตุ้นให้ผลทุเรียนสร้างเอทธิลีนเพื่อกระตุ้นกระบวนการสุก
ทำให้ผลทุเรียนสุกเสมอกันและพร้อมบริโภคเมื่อถึงตลาดปลายทาง หลังจากนั้นผึ่งผลทุเรียนให้แห้งหรืออาจใช้ลมเป่า ไม่นำไปผึ่งกลางแดดเพราะ
จะทำให้ทุเรียนด้อยคุณภาพลง เมื่อผลทุเรียนแห้งจึงบรรจุลงกล่อง แล้วลำเลียงขึ้นตู้สินค้าอุณหภูมิต่ำรอการส่งออกไปยังประเทศปลายทาง

           ผู้ประกอบการบางรายอาจนำผลทุเรียนจุ่มในสารละลายขมิ้นโดยนำผงขมิ้น  ซึ่งเป็นสมุนไพรมาละลายน้ำ  เพื่อให้ผลทุเรียนมีสีเหลืองสวย
แต่ไม่มีผลทำให้เนื้อทุเรียนสีเข้มขึ้น  คนไทยโบราณใช้ผงขมิ้นในการบำรุงผิวเพื่อให้สุขภาพผิวดี สีเหลืองสวย     และยังมีการใช้ขมิ้นในการแต่งสี
แต่งกลิ่นอาหารด้วย

           ซึ่งกรมวิชาการเกษตรการันตีว่า  ทุเรียนของไทยที่ส่งออกเป็นทุเรียนคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคแน่นอน

           อธิบดีกรมวิชาการ กล่าวสรุปว่า ทั้งนี้ ปี 2557 ที่ผ่านมา ไทยได้มีการส่งออกทุเรียนสดไปต่างประเทศรวม 374,514.20 ตัน  คิดเป็นมูลค่า
กว่า 7,886.93 ล้านบาท และตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2558  มีการส่งออกแล้วกว่า 121,909.05 ตัน     คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 10,331.92
ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ส่งออกผ่านด่านตรวจพืชแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และมีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน ไต้หวัน และอินโดนีเซีย เป็นต้น

ตลาดส่งออกยืนยันความปลอดภัย

           จากเรื่องราวของกระแสข่าวข้างต้น กรมวิชาการเกษตร ได้ทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดย  ดร.เสริมสุข สลักเพ็ชร์  รองอธิบดี
กรมวิชาการเกษตร  ได้มอบหมายให้ ดร.นพรัตน์  บัวหอม  จากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร     แปลเนื้อหาข้างต้นเป็น
ภาษาจีน และดำเนินการส่งให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง  ฝ่ายการเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่  ณ นครเซี่ยงไฮ้
และ ณ นครกว่างโจว เพื่อเผยแพร่ทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับผู้บริโภค นอกจากนั้น ยังส่งข้อมูลให้กับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศใน
ประเทศต่าง ๆ เผยแพร่ข้อมูลอีกทางหนึ่งด้วย       รวมทั้งได้ขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงพาณิชย์แจ้งให้สำนักงานพาณิชย์ในประเทศต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้องให้ได้ทราบด้วยเช่นกัน  ในขณะที่สื่อมวลชนของไทยได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการนำทุเรียนไปชุบขมิ้น     โดยมีการสอบถามและทำข่าว
เผยแพร่ในหลาย ๆ ช่องทางเช่นเดียวกันด้วย

           หลังจากที่มีข่าวเรื่องของทุเรียนตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานที่บริษัทดำรงชัยฟรุต จำกัด (สาขา
สูงเนิน) ตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี     ซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อทุเรียนผลสดเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ        ได้พบกับ คุณประสิทธิ เสริมทรัพย์
ผู้จัดการบริษัทฯ จึงได้สอบถามถึงสถานการณ์ของการส่งออกทุเรียนหลังจากมีกระแสข่าวดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งเรื่องทั่ว ๆ ไป คุณประสิทธิเล่าให้
ฟังว่า       บริษัทฯ ก่อตั้งมากว่า 20 ปีแล้ว  มีบริษัทสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวน 9 สาขา  ทำหน้าที่ส่งออกทุเรียนไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
ตลาดที่สำคัญส่วนใหญ่คือจีน โดยจะทำการส่งออกทุเรียนผลสดเท่านั้น ทุเรียนที่ได้รับความนิยมบริโภคคือพันธุ์หมอนทอง คุณลุงบอกว่าที่ผ่านมา
นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ ในช่วงที่ทุเรียนมีผลผลิตออกมามากที่สุดบริษัทฯ รับซื้อทุเรียนจากเกษตรกรมีจำนวนถึง 80 ตันต่อวัน    ซึ่งเป็นปริมาณ
ทุเรียนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ผู้อ่านลองคิดคำนวณตามดูว่าจะมีมูลค่าเป็นเงินเท่าไหร่


คุณประสิทธิ  เสริมทรัพย์

           จากประสบการณ์ของการรับซื้อทุเรียนที่ผ่านมา  ผลผลิตทุเรียนจะมีปริมาณมากที่สุดในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ดังนั้น แรงงานประจำที่
จ้างไว้จำนวน 20 คนจึงไม่พอ ต้องจ้างแรงงานรายวัน     ซึ่งค่าแรงมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของการทำงาน แรงงานหญิง 300 บาทต่อวัน
และแรงงานชาย 400 – 800 บาทต่อวัน

           คุณประสิทธิ เล่าให้ฟังต่อว่า บริษัทฯ จะส่งทุเรียนไปจำหน่ายด้วยตนเองเริ่มตั้งแต่การรับซื้อทุเรียนจากเกษตรกรที่ได้รับการรับรอง GAP
จากกรมวิชาการเกษตร รวมถึงบริษัทฯ ก็ได้รับการรับรองโรงงาน GMP และ HACCP        จากกรมวิชาการเกษตรด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากรับซื้อ
ทุเรียนจากเกษตรกรแล้วขั้นตอนต่อไปคือ คัดขนาด ความแก่ อ่อน รวมถึงรูปทรงของทุเรียน จุ่มน้ำยากันเชื้อรา ซึ่งน้ำยากันเชื้อราจะผสมขมิ้นเพื่อ
ให้ผลของทุเรียนมีสีเหลืองเท่ากันทั้งลูก    หลังจากนั้น ก่อนบรรจุกล่องจะติดสติกเกอร์สัญลักษณ์ Q ที่ขั้วของทุเรียนทุกลูก    และนำสารสีเหลือง
ป้ายที่ขั้วของทุเรียน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่บอกว่าเพื่อให้ทุเรียนสุกพร้อมกันเมื่อผลผลิตทุเรียนส่งถึงปลายทาง

           ทุเรียนที่บรรจุอยู่ภายในกล่องจะมีน้ำหนัก 20½ กก. (รวมน้ำหนักกล่อง) ราคาของทุเรียนแต่ละครั้งที่ส่งออกไปจำหน่ายจะไม่สามารถระบุ
ได้ว่าราคาเท่าใด   จะขึ้นอยู่กับปริมาณของทุเรียนในแต่ละช่วงเวลา ประกอบกับสภาพของทุเรียน  ณ จุดปลายทาง   บางครั้งทุเรียนไปถึงจุดหมาย
ปลายทางแล้วมีลักษณะดีไม่เสียหายจะจำหน่ายได้ราคาดี  แต่บางครั้ง    การส่งออกทุเรียนมีอุปสรรคบางประการ อาทิ   ขนส่งทุเรียนจากบริษัทฯ
ไปไม่ทันเที่ยวเรือที่จะออก ทำให้ผลผลิตถูกส่งออกล่าช้า   ทำให้ทุเรียนที่ส่งถึงปลายทางได้รับความเสียหาย ราคาจะไม่ดี  หรือถึงแม้ว่าจะส่งออก
ทันเที่ยวเรือ       แต่ระหว่างทางเกิดพายุ ลมมรสุม   ทำให้ทุเรียนไปถึงยังปลายทางล่าช้าจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้จากภัย
ธรรมชาติ

 

           จากประสบการณ์ส่งออกทุเรียนไปจำหน่ายยังต่างประเทศ    คุณประสิทธิ  ย้ำว่า  “ยังไม่เคยมีครั้งใดที่ทุเรียนถูกตีกลับ  และบอกว่า
ทุเรียนของประเทศไทยเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพ  รสชาติอร่อย  ปลอดภัยได้มาตรฐาน  เป็นที่ต้องการของตลาด ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเรื่อง
ทุเรียนที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าประเทศไทยจะยังคงส่งออกทุเรียนไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้อย่างแน่นอน”

ดูงานบริษัทแปรรูปผลไม้

           หลังจากผู้เขียนได้ศึกษาดูงานในบริษัทดำรงชัยฟรุต แล้วได้เดินทางต่อไปศึกษาดูงาน ณ บริษัทซันไชน์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตั้งอยู่
ที่จังหวัดจันทบุรีเช่นเดียวกัน   บริษัทนี้เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2545 ประเภทธุรกิจ คือ อุตสาหกรรมการเกษตร จะดำเนินการในเรื่อง ผัก
ผลไม้สด ผลไม้แปรรูป   สินค้าหลักจะมีผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้คั่วกรอบ ผลไม้บดผง    กลุ่มลูกค้าหลักในการส่งออก ได้แก่ จีน ฟิลิปปินส์
ออสเตรเลีย แคนนาดา ฮ่องกง อินโดนีเซีย สิงคโปร์

           บริษัทมีหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องการตลาด     นอกจากนี้  ยังมีฝ่ายขายทั้งหน่วยงานภายในและต่างประเทศสำหรับหน่วยงานในประเทศ
ตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี สำหรับในต่างประเทศมีการบริหารธุรกิจในจีนและได้ขยายตลาดไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้ และประเทศไต้หวันบริหารงานภายใต้
ชื่อ ซันไชน์กรุ๊ป  ซึ่งภายในโรงงานได้สร้างโรงงานคัดบรรจุ  เมื่อปี 2545    โดยเริ่มแรกบริษัทเริ่มต้นจากการส่งผลไม้สดสำหรับผลไม้สดที่ใช้เปิด
ตลาดในการดำเนินธุรกิจประกอบด้วย  ทุเรียน  มังคุด  เงาะ  มะพร้าวน้ำหอม  สาลี่ ลำไย และแอปเปิ้ล  ตลาดผลไม้สดส่วนใหญ่ได้แก่ แคนนาดา
อินโดนีเซีย จีน ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

           ในปี 2541 หลังจากที่บริษัทเปิดตัวธุรกิจผลไม้สด ผู้บริหารได้ระดมทุนก่อสร้างโรงงานคัดบรรจุ และแปรรูปด้วยระบบแช่เยือกแข็ง การแช่
เยือกแข็งจะมีอุณหภูมิประมาณ -45 องศาเซลเซียส     ด้วยความจุห้องเย็น 400 ตัน  ในปี 2550  เนื่องจากสถานที่ที่ใช้เก็บผลผลิตทางการเกษตร
จากเดิมบริษัทสร้างโรงเก็บผลไม้มีความจุดเพียง 400 ตัน   ประกอบกับมีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น      ผู้บริหารจึงเล็งเห็นว่าไม่สามารถที่จะรองรับกับ
ปริมาณผลไม้ที่เพิ่มมากขึ้นได้ มีการนำเงินมาลงทุนเพิ่มจากเดิม จากห้องเย็นที่ปกติเก็บผลผลิตได้ 400 ตัน ได้ขยายเป็น 3,000 ตัน ในปีเดียวกันมี
การติดตั้งเครื่องจักรที่จำเป็นเพิ่มเติมสำหรับการผลิตผลไม้แช่แข็ง          ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ติดตั้งเป็นการลดระยะเวลาในการผลิตผลไม้ทำให้ใช้เวลา
เท่าเดิมแต่ได้ปริมาณของผลไม้มากขึ้น

           ปัจจุบันบริษัทได้มีการบริหารจัดการในเรื่องพลังงานไฟฟ้า   เนื่องจากอุปกรณ์ต่าง ๆ   เหล่านี้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำให้ต้องมีค่า
ใช้จ่ายมากพอสมควร นโยบายของผู้บริหารมีความต้องการนำระบบของการประหยัดพลังงานนำมาใช้ในบริษัทโดยเฉพาะเรื่องค่าไฟฟ้า  นอกจากนี้
บริษัทยังเน้นหลักทำให้สินค้ามีความปลอดภัยตลอดรวมไปถึงผู้บริโภค    ตลาดในต่างประเทศคู่แข่งจะมีมากรวมถึงกฎหมายของคู่แข่งจะเน้นไปใน
รูปแบบของ Full Safety  บริษัทจึงได้ทำมาตรฐานรองรับเมื่อปี 2014  ด้วยเรื่องของการจัดการความปลอดภัยทางด้านของอาหาร   บริษัทจึงได้รับ
รางวัลทั้งในและต่างประเทศ อาทิ  ในประเทศไทยได้รับรางวัลผู้ส่งออกดีเด่นประจำประเทศไทยและไต้หวัน      รวมทั้งเรื่องของจรรยาบรรณดีเด่น
นับตั้งแต่บริษัทนำเรื่องของจรรยาบรรณ และจริยธรรมเข้ามาได้ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นสำคัญอีกประการหนึ่งด้วย

           บริษัทมีการแข่งขัน และได้รับรางวัลมาตรฐานประกอบการดีเด่นในด้านการพัฒนาบุคลากร     รวมทั้งเป็นในส่วนผลไม้แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์
ของบริษัทมีหลากหลายชนิด เช่น มังคุด มะม่วง เงาะ ทุเรียน ซึ่งบริษัทจะผลิตทั้งที่เป็นเนื้อของผลไม้และเป็นผลสด

           Fruit Powder เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่บริษัทได้ดำเนินการ บริษัทได้มีการวิจัยและทดลองร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร จังหวัดนนทบุรี
ทดลองทำน้ำมังคุด ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียน      นอกจากนี้  กลุ่มลูกค้าบางกลุ่มที่มีความต้องการซื้อตัวผลไม้เพื่อนำไปทำเป็นไอศกรีมทุเรียน
เบเกอรี่ เวเฟอร์ หรือขนมอื่น ๆ บริษัทก็มีไว้รองรับเช่นเดียวกัน

           สินค้าที่สำคัญของบริษัทประเภทหนึ่งคือ   ผลไม้แช่แข็ง  โดยเฉพาะทุเรียน  กระบวนการและขั้นตอนในการดำเนินงาน  เริ่มต้นจากการรับ
วัตถุดิบทุเรียนจากชาวสวน สำหรับผู้ค้าส่งหรือผู้ที่จะส่งสินค้าให้กับบริษัทฯได้นั้น จะต้องสมัครสมาชิกกับบริษัทฯ ก่อน  เพื่อที่จะได้ทราบว่าผลผลิต
ที่เข้ามาโรงงานใครเป็นผู้ส่ง  บริษัทจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผลผลิตที่มีปัญหามาจากจุดใด  ขั้นตอนแรกจะเข้าไปทำการสุ่มตรวจทุเรียน
ว่ามีคุณภาพดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น ขนาด รสชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังต้องมีการตรวจสอบเรื่องของความแก่ อ่อนของทุเรียนด้วย

           หลังจากที่ได้มีการสุ่มตรวจทุเรียนแล้วบริษัทจะมีผู้ชำนาญการในการคัด  มาทำการคัดทุเรียนทุกผล  โดยการคัดทีละลูกในเรื่องของความ
แก่อ่อน ขนาด รูปทรงต่างๆ ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดเอาไว้หรือไม่ หลังจากนั้นทำการชุบน้ำยาเร่งสุกเพื่อที่จะให้ทุเรียนมีความสุกสม่ำเสมอ
กัน ทั้งนี้ ระยะเวลาจะสามารถควบคุมได้ในเรื่องของความสุก หลังจากนั้น นำไปบ่มในพื้นที่ที่จัดไว้ประมาณ 4 – 7 วัน    เมื่อครบกำหนดจะมีการนำ
ทุเรียนมาทำการคัดหาผลสุก  ทุเรียนที่สุกจะมีโพรงอากาศอยู่ระหว่างเนื้อกับตัวเปลือก      หลังจากที่ได้ผลทุเรียนสุกแล้วจะถูกนำเข้ากระบวนการ
แกะทุเรียนเพื่อเอาตัวเนื้อของทุเรียนเข้าขบวนการแช่แข็งต่อไป  สำหรับส่วนเปลือกของทุเรียนจะนำไปทำปุ๋ยเพื่อใช้ในบริษัทฯ

           หลังจากที่ได้ตัวเนื้อทุเรียนแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนของการแช่เยือกแข็งในระบบของบริษัทฯ  วัตถุประสงค์เพื่อให้การแช่เยือกแข็งเป็นไปด้วย
ความรวดเร็ว และทำให้คุณภาพของสินค้ายังคงใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด         หลังจากนั้น จะนำตัวทุเรียนเข้าไปทำการจัดเก็บในห้องเย็น -25
องศาเซลเซียสควบคุมอุณหภูมิเพื่อที่จะใช้ในการดับกลิ่นได้ทั้งปี เก็บไว้ใช้ในการแปรรูปสต๊อกสินค้า    จากนั้นเอาเมล็ดทุเรียนออกและหั่นทุเรียน
เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการแช่เยือกแข็ง หลังจากที่หั่นเป็นชิ้นแล้วจะนำไปจัดเก็บในอุณหภูมิ -25 เซลเซียสอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงนำมา
ล้างอีกครั้งเพื่อให้อุณหภูมิติดลบต่ำ ๆ และเพื่อให้คุณภาพสินค้าออกมามีคุณภาพดี

           ขั้นตอนต่อไป จะทำการอบ  โดยใช้เวลาในการอบประมาณ 19 ชั่วโมง / รอบ   หลักการของการอบคือในตู้อบจะเป็นตู้อบแบบสุญญากาศ
ในขณะที่สินค้าเป็นตัวน้ำแข็ง  เมื่อสิ่งที่เป็นน้ำแข็งปะทะกับความร้อนในห้องสุญญากาศ  น้ำแข็งและเกิดเป็นไอน้ำแข็งละลาย        ตัวสินค้าที่ผ่าน
กระบวนการวิจัยจะมีคุณค่าทางกระบวนการหลงเหลืออยู่มากกว่า  นอกจากนี้ รูปทรงจะใกล้เคียงกับผลิตมากที่สุด

           จากเรื่องราวที่นำมาเสนอแสดงให้เห็นว่า ตลาดทุเรียนไทยในต่างประเทศยังสดใส ทั้งทุเรียนสด ทุเรียนแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์จากทุเรียน
แม้จะมีข่าวออกมาให้ผู้บริโภคกังวลใจไปบ้าง แต่จากการชี้แจงทำความเข้าใจและความเป็นจริง ผู้บริโภคยังชื่นชอบทุเรียนไทยไม่เปลี่ยนแปลง....

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 1090
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406