ผลิใบ รายงาน
นวลศรี  โชตินันทน์

พัฒนาเทคโนโลยีการอบแห้งเนื้อลำไยแบบต่อเนื่อง

          ลำไย  เป็นผลไม้ที่มีระยะเวลาเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 2 เดือน     ดังนั้นเกษตรกรจึงมีความจำเป็นต้องรีบเร่งผลิตเนื้อลำไยอบแห้งในช่วงฤดู
เก็บเกี่ยวให้ทันและมากที่สุดก่อนสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวเพื่อจำหน่ายหรือเก็บรักษารอการจำหน่ายนอกฤดูกาลผลิต

          ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเนื้อลำไยอบแห้งสีทอง บ้านศรีลาภรณ์ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน     ประสบปัญหาเครื่องอบแห้ง
ที่มีอยู่ไม่สามารถผลิตเนื้อลำไยอบแห้งให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด               ทำให้กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเนื้อลำไย
บ้านศรีลาภรณ์ มีความต้องการเครื่องอบแห้งที่สามารถผลิตเนื้อลำไยอบแห้งต่อฤดูกาลผลิตในปริมาณที่มากขึ้น และมีความต้องการเครื่องอบแห้ง
ที่มีประสิทธิภาพ  มีการกระจายลมร้อนที่สม่ำเสมอ  เพื่อทำให้ได้เนื้อลำไยอบแห้งที่มีคุณภาพดี  สะอาดถูกสุขอนามัย       ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์
เนื้อลำไยของวิสาหกิจชุมชนบ้านศรีลาภรณ์เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ     ซึ่งจะทำให้ราคาลำไยดีขึ้นตาม
ไปด้วย

          กลุ่มวิจัยเกษตรวิศวกรรมหลังการเก็บเกี่ยว    สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมได้ทำการศึกษาและพัฒนาเครื่องอบแห้งเนื้อลำไยให้ได้ปริมาณ
มากและใช้เวลาอบแห้งอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไย          โดยทำการศึกษาเครื่องอบแห้งลมร้อนที่สามารถทำงานได้อย่าง
ต่อเนื่อง และเกษตรกรสามารถเตรียมเนื้อลำไยสดและทำการอบแห้งได้ตลอดเวลาของการทำงาน

เครื่องอบเนื้อลำไยของเกษตรกรใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง

          นายพุทธธินันทร์  จารุวัฒน์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมจันทบุรี กล่าวว่า เครื่องอบเนื้อลำไย
ที่เกษตรกรใช้กันโดยทั่วไป   จะทำการอบโดยใช้อุณหภูมิเดียว    ตู้อบทำด้วยสังกะสี     ถาดวางลำไยเป็นไม้ไผ่สานเป็นตะแกรง    วางเป็นชั้น ๆ
ท่อลมร้อนอยู่ชั้นล่าง  ทำให้การกระจายลมร้อนไม่สม่ำเสมอ  ชั้นลำไยที่อยู่ชั้นล่างจะแห้งไวกว่าชั้นบน        เกษตรกรต้องคอยสลับถาดลำไยอยู่
ตลอดเวลา นอกจากนี้ตู้อบยังใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งผู้ที่ใส่ฟืนจะต้องมีความชำนาญ ในการรักษาอุณหภูมิในห้องอบให้คงที่   ขณะเดียวกันการอบ
ไม่สามารถอบให้แห้งได้ในเวลาเดียว ต้องนำออกมาตากแดดอีกประมาณ 2 ชั่วโมง


เครื่องอบลมร้อนลำไยเนื้อแบบต่อเนื่อง

          จากปัญหาและขั้นตอนเครื่องอบลำไยของชาวบ้านดังกล่าว นายพุทธินันทร์และคณะจึงได้ทำการศึกษาและวิจัยหาทางช่วยเหลือเกษตรกร
ให้อบลำไยได้รวดเร็วและได้ลำไยอบแห้งที่มีคุณภาพ   โดยทำการศึกษาเครื่องอบแห้งลมร้อนที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องคอย
สลับถาดลำไย  ขณะเดียวกันเกษตรกรก็เตรียมเนื้อลำไยที่จะเข้าอบไปพร้อม ๆ  กับทำการอบแห้ง    โดยนำรถเข็นบรรจุเนื้อลำไยสดทยอยเลื่อน
เข้าอบในเครื่องอบแห้งต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งรถเข็นเนื้อลำไยที่ส่งเข้าอบเคลื่อนที่ออกจากเครื่องอบ    ได้เนื้อลำไยอบแห้งออกมาพร้อมที่จะนำ
ไปบรรจุเพื่อจำหน่ายหรือเก็บรักษารอการจำหน่าย ทั้งนี้ในการอบแห้งลำไยแบบต่อเนื่องนี้ จะใช้เวลา 7 ชั่วโมงครึ่ง

ทำอย่างไรให้ได้เนื้อลำไยสีสวยและมีคุณภาพ

          นายพุทธธินันทร์ เล่าว่า  กว่าจะได้เครื่องอบแห้งเนื้อลำไยโดยการเปลี่ยนอุณหภูมิ   ได้ศึกษาการใช้อุณหภูมิในช่วงแรกของการอบ พบว่า
ถ้าใช้อุณหภูมิสูงเกินไป จะทำให้เนื้อลำไยผิวแห้งและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล   ซึ่งนอกจากผิวเนื้อลำไยจะไม่สวยแล้ว ยังทำให้ไม่ได้คุณภาพอีกด้วย
จากผลการศึกษาทดลองต่อไปพบว่าอุณหภูมิที่ 80 องศาเซลเซียส   เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการอบแห้ง  ในช่วงแรกสามารถลดความชื้นของ
เนื้อลำไยที่มีความชื้นเปอร์เซ็นต์เริ่มต้น 80 เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลา 1.5 ชั่วโมง   ความชื้นของเนื้อลำไยจะลดลงเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์   โดยที่เนื้อ
ลำไยไม่เสียคุณภาพ   ต่อจากนั้นได้ทำการลดอุณหภูมิลงอีกเพื่อรักษาคุณภาพของเนื้อลำไยตามความชื้นที่ลดลง      


ปรับตั้งอุณหภูมิ

          โดยอบแห้งที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 6 ชั่วโมง   รวมระยะเวลาทำการอบแห้งทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเสร็จสิ้นการอบ
7.5 ชั่วโมง   ลำไยที่ได้มีคุณภาพดี เปอร์เซ็นต์ความชื้นสุดท้ายของเนื้อลำไยอบแห้ง 13 เปอร์เซ็นต์


แบบเครื่อง

ออกแบบสร้างเครืองอบแห้งต่อเนื่องโดยไม่มีการพักระหว่างอบ

          หลังจากได้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเปลี่ยนอุณหภูมิ      จึงทำการออกแบบสร้างเครื่องอบแห้งต้นแบบที่เป็นการอบแบบต่อเนื่องโดยไม่มีการ
พักระหว่างการอบ      เครื่องอบแห้งเนื้อลำไยที่ใช้เทคโนโลยีการเปลี่ยนอุณหภูมิที่สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตรผลิตขึ้นมาเป็น
ต้นแบบนี้ประกอบด้วยห้องอบแห้งลำไย 2 ชุด คือ ชุดห้องอบแห้งอุณหภูมิสูง ขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.9 เมตร สูง 1.2 เมตร สำหรับอบในช่วง
แรกที่เนื้อลำไยสดมีน้ำมากและมีความชื้นสูง  กับชุดห้องอบอุณหภูมิต่ำขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 7.5 เมตร สูง 1.2 เมตร     สำหรับอบเนื้อลำไย
ต่อจากชุดห้องอบอุณหภูมิสูง ในช่วงที่เนื้อลำไยมีอุณหภูมิลดลง

          ภายในห้องอบแห้งทั้ง 2 ชุด  มีชุดพัดลมชนิดไหลตัดแกนทำหน้าที่กระจายลมร้อนผ่านพื้นผิวของเนื้อลำไย  เพื่อดึงความชื้นออกสู่อากาศ
ภายนอกที่ช่องระบายความชื้น  เส้นผ่าศูนย์กลางของพัดลมในชุดห้องอบอุณหภูมิสูงมีขนาด 0.3 เมตร  ยาว 1 เมตร ใช้มอเตอร์ 220 โวลต์ ขนาด
1 แรงม้าเป็นต้นกำลังและเส้นผ่าศูนย์กลางของพัดลมในชุดห้องอบอุณหภูมิต่ำมีขนาด 0.4 เมตร ยาว 1 เมตร     ใช้มอเตอร์ 220 โวลต์   ขนาด 2 แรงม้าเป็นต้นกำลังห้องอบแห้งทั้ง 2 ชุด    มีปริมาณลมขณะทำงาน 56.63 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที     มีอุปกรณ์ให้ความร้อนประกอบด้วยหัวชุดเตา
เซรามิค    หัวเตาเซรามิคนี้เมื่อถูกเผาจะให้พลังงานความร้อนสูงและมีชุดหัวล่อแก๊สทำหน้าที่จุดไฟที่หัวชุดเตาเซรามิคในระหว่างที่เปิดแก๊ส โดยมี
อุปกรณ์โซลินอยด์วาล์วทำหน้าที่เปิด-ปิดแก๊ส เพื่อควบคุมภายในห้องอบ ส่วนชุดขับเคลื่อนใช้โซ่ขับรับกำลังจากชุดต้นกำลังขนาด 1 แรงม้า


ชุดพัดลม

          นายพุทธธินันทร์  กล่าวว่า เครื่องอบแห้งต้นแบบนี้สามารถบรรจุรถเข็นได้ 5 ค้น     แต่ละคันบรรจุถาดวัสดุที่จะเข้าอบมีขนาดกว้าง 1 เมตร
ยาว 1 เมตร ได้ 6 ถาด รวมทั้งหมด 30 ถาด คิดเป็นพื้นที่การอบแห้งทั้งหมด 30 ตารางเมตร     เครื่องอบแห้งต้นแบบดังกล่าวสามารถอบแห้งเนื้อ
ลำไยในรถแต่ละคันที่มีความชื้นเริ่มต้น 80 เปอร์เซ็นต์ และเหลือความชื้นครั้งสุดท้าย 30 เปอร์เซ็นต์     ชุดขับเคลื่อนรถเข็นบรรจุวัสดุให้เคลื่อนที่
จากห้องอบแรกสู่ห้องอบถัดไปของชุดห้องอบอุณหภูมิต่ำ โดยรถเข็นวิ่งตามรางในห้องอบ มีการเคลื่อนไหวที่ความเร็ว 0.61 เมตรต่อนาที

          จากการสอบถามคุณนรินทร์  ปาละตา   ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลำไยสีทอง บ้านศรีลาภรณ์     ซึ่งอยู่ที่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 7  ต.ศรเตี้ย
อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน   เปรียบเทียบกับการอบแห้งลำไยแบบดั้งเดิมกับเครื่องอบแห้งลำไยที่สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร     ได้
พัฒนาขึ้นมา คุณนรินทร์เล่าว่า เดิมกลุ่มใช้วิธีอบลำไยโดยใช้เตาอบที่ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง  ซึ่งกว่าจะได้ลำไยอบแห้งที่มีเนื้อลำไยเป็นสีเหลืองทอง
ค่อนข้างยาก การอบแห้งผลไม้ ลำไยเป็นผลไม้ที่อบแห้งยากที่สุด


นำเข้าเครื่อง

          “ความยากอยู่ที่การใส่ฟืน การสลับถาดลำไยเพื่อรับความร้อน เรียกว่าเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของผู้ทำการอบ  แม้แต่ผู้ที่ทำอยู่ทุกวันบางครั้ง
ก็ยังมีโอกาสผิดพลาด ได้ลำไยอบแห้งออกมาสีไม่สวย นอกจากนั้นการอบโดยใช้ฟืนแต่ละครั้ง จะใช้เวลาอบประมาณ 12-14 ชั่วโมง อบลำไยสด
1,000 กิโลกรัม จะได้ลำไยแห้งประมาณ 120-150 กิโลกรัม    กลุ่มได้พยายามหาทางที่จะได้อุปกรณ์หรือเครื่องมืออบแห้งลำไยที่จะช่วยทุ่นแรง
และย่นระยะเวลาในการผลิตลำไยอบแห้ง”

          คุณนรินทร์ เล่าต่อไปว่า พอดีทราบว่า กรมวิชาการเกษตร  ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเครื่องอบแห้งเนื้อลำไยแบบต่อเนื่อง  จึงได้ติดต่อ
ไปยังผู้วิจัย คือ คุณพุทธธินันทร์ จารุวัฒน์     ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นวิศวกรการเกษตร อยู่ที่สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร    ได้นำ
เครื่องอบต้นแบบให้ทดลองอบ ปรากฏว่าใช้เวลาอบ 7 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น สมาชิกกลุ่มพอใจมาก  เนื่องจากเนื้อลำไยอบแห้งที่ได้สีลำไยเป็นสีทอง
สวยและมีสีสม่ำเสมอ เราต้องการตรงนี้ เพราะสีทองเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม จึงเรียกว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนลำไยสีทองศรีลาภรณ์  กลุ่มได้ร่วมงาน
วิจัยพัฒนาต่อยอดกับสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม ทำการวิจัยและพัฒนาเครื่องอบแห้งลำไยแบบต่อเนื่อง และทำการศึกษาเทคโนโลยีการอบแห้ง
แบบมีการเปลี่ยนอุณหภูมิสองระดับ  การอบลำไยแบบต่อเนื่องต่อ 1 รอบใช้เวลาในการอบ 7.5 ชั่วโมง  อบเนื้อลำไยสด 1,600 กิโลกรัม ได้ลำไย
อบแห้ง 160 กิโลกรัม กลุ่มจะทำการอบ 2 รอบ/วัน อบลำไยสด 3,000 กิโลกรัม จะได้ลำไยอบแห้ง 300-350 กิโลกรัม


เนื้อลำไยอบแห้ง

          “เครื่องอบลำไยแบบมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสองระดับที่สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมพัฒนาต่อยอดขึ้นมานี้ มีระบบการควบคุมอุณหภูมิ
ทำให้ทำงานง่ายขึ้นมาก       ลมร้อนที่มาจากเครื่องอบเป็นลมร้อนที่สะอาด ปราศจากกลิ่นควันไฟที่อบด้วยฟืน   เมื่อรับประทานลำไยอบแห้งด้วย
เครื่องอบแบบลมร้อน เหมือนเรารับประทานลำไยสด เพียงแต่ว่าเป็นลำไยแห้งเท่านั้น”  คุณนรินทร์ กล่าว


โซลินอยด์วาล์วตัดต่อแก๊สคุมอุณหภูมิ

วิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์หาความคุ้มทุน

          สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม  ได้ทำการวิเคราะห์ผลทางด้านเศรษฐศาสตร์เพื่อหาความคุ้มทุน  เพื่อที่เกษตรกรจะได้นำไปใช้ พบว่า เครื่อง
อบแห้งเนื้อลำไยแบบต่อเนื่องโดยใช้เทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมินี้สามารถอบแห้งเนื้อลำไยสดได้ 1,300 กิโลกรัม/วัน     ผลิตเนื้อลำไย
แห้งได้ 130 กิโลกรัม/วัน มีต้นทุนการใช้เครื่องหรือค่าใช้จ่ายในการอบแห้งเนื้อลำไย 225.84 บาท/กิโลกรัม      จุดคุ้มทุนการผลิตเนื้อลำไยแห้ง
7,046 กิโลกรัม/ปี    ให้ผลตอบแทนเงินทุน 62.82 เปอร์เซ็นต์/ปี   ระยะเวลาคืนทุน 2 ปี    เมื่อทำการผลิตเนื้อลำไยอบแห้ง 60 วัน/ปี   ต้นทุนผล
ลำไยสดที่นำมาอบแห้งในฤดูกาลผลิตปัจจุบัน 15 บาท/กิโลกรัม ราคาผลิตภัณฑ์เนื้อลำไยอบแห้งปัจจุบันกิโลกรัมละประมาณ 250 บาท

          คุณพุทธธินันทร์  กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลำไยสีทองศรีลาภรณ์      ได้สร้างเครื่องอบลำไยอบแห้งแบบต่อเนื่องตามแบบของ
สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมไว้ใช้เองในกลุ่ม             ส่วนเครื่องต้นแบบผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมได้มอบให้กับมูลนิธิชัยพัฒนาที่
ต.ดอยก๊อบ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลำไยสีทองศรีลาภรณ์เป็นผู้ดูแล    เพื่อใช้ในการผลิตเนื้อลำไยอบแห้งในนามของมูลนิธิ
คือ ภัทรพัฒน์ สำหรับของกลุ่มศรีลาภรณ์ได้วางจำหน่ายที่ร้านโกลเด้นท์เพลส จ.ลำพูน


คุณพุทธธินันทร์ และคุณนรินทร์

          คุณพุทธธินันทร์  กล่าวอีกด้วยว่า เกษตรกรควรรวมตัวจัดตั้งเป็นกลุ่มหรือสถาบันเกษตรกร     จะสามารถผลิตผลไม้อบแห้งได้จำนวนมาก
ถ้าไม่รวมเป็นกลุ่มเครื่องจะทำงานได้ไม่เต็มที่   ระยะเวลาการคืนทุนประมาณ 2 ปี นอกจากนั้นเป็นกำไร   ถ้าเราสามารถหาผลไม้มาอบได้ตลอดปี
การคืนทุนก็จะเร็วขึ้น อย่ามองผลไม้เพียงชนิดเดียว ควรพิจารณาว่าผลไม้สดที่ราคาตกต่ำหรือล้นตลาด ให้เอามาแปรรูป   ส่วนผลไม้สดที่ราคาดีก็
จำหน่ายสดไป โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีค่อนข้างจะได้เปรียบเพราะมีผลไม้หลากหลายชนิด   และมักประสบปัญหาในเรื่องราคาตกต่ำเมื่อผลผลิต
ออกมามาก  เครื่องอบแห้งระบบเปลี่ยนอุณหภูมิจะช่วยเกษตรกรได้มาก

          เกษตรกรที่มีเครื่องอบแบบเดิม   หากมีความประสงค์จะดัดแปลงเพื่อให้เกิดการประหยัดและลดต้นทุนการผลิต    ติดต่อสอบถามได้ที่
ศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมจันทบุรี ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี โทร. 039-451222 หรือ 089-8312796

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 1090
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406