ผลิใบ รายงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุรินทร์

แหล่งผลิตพันธุ์หอมแดงสู้โรคหอมเลื้อย

          จังหวัดศรีสะเกษ แหล่งผลิตหอมแดงที่สำคัญของไทย สินค้าหอมแดงของจังหวัดเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะ
อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เนื่องจากมีคุณลักษณะพิเศษ คือ เปลือกมีสีแดงเข้ม ด้านในมีสีม่วง กลิ่นฉุนแรง และเก็บรักษาได้ยาวนาน

          แต่ปัจจุบันการผลิตหอมแดงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ประสบปัญหาการระบาดรุนแรงของ “โรคหอมเลี้อย” หรือโรคแอนแทรกโนส ซึ่งเกิด
จากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides (Penz) Sacc    ระบาดมากในสภาพอากาศร้อนชื้น  สร้างความเสียหายมากในฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงผลิต
หัวพันธุ์ และหากระบาดในแปลงปลูกจะทำให้ผลผลิตหอมแดงลดลงค่อนข้างมาก

          จากปัญหาดังกล่าว สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 (สวพ.4)  กรมวิชาการเกษตร    จึงได้ศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
เพื่อป้องกันกำจัดโรคหอมเลื้อย  โดยร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ   จนได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตพันธุ์หอมแดงสะอาด  ซึ่ง
สามารถป้องกันกำจัดโรคหอมเลื้อยได้ดีมีประสิทธิภาพ ทั้งช่วยลดปริมาณการใช้สารเคมีและทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้นด้วย

          นางนวลจันทร์  ศรีสมบัติ  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์    กล่าวว่า จากข้อมูลการเพาะปลูก
หอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ ปี 2557/2558 พบว่า มีเกษตรกรปลูกหอมแดง จำนวนประมาณ 7,900 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกกว่า 28,600 ไร่   โดยแหล่ง
ปลูกสำคัญอยู่ที่อำเภอราษีไศล ยางชุมน้อย ขุขันธ์ วังหิน และกันทรารมย์    คาดว่าจะมีผลผลิต ประมาณ 93,000 ตัน     คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,400
ล้านบาท

          อย่างไรก็ตาม พบว่า พื้นที่ปลูกหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษมีการระบาดของโรคหอมเลื้อย  โดยเชื้อโรคจะติดมากับหัวพันธุ์ ทำให้ต้นหอม
ที่เป็นโรคมีอาการแคระแกรน ไม่ลงหัว ใบบิดโค้งงอ หัวลีบยาว มักพบแผลเป็นรูปรี บนแผลจะพบสปอร์ตุ่มสีดำเล็ก ๆ  ที่บริเวณโคนกาบใบคอหรือ
ส่วนหัว เกิดร่วมกับอาการเลื้อยไม่ลงหัว  ทำให้ผลผลิตเสียหายสูงถึง 50%     ขณะเดียวกันยังทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ เน่าเสียง่าย และเก็บได้
ไม่นาน  

          สาเหตุสำคัญของการระบาดของโรคหอมเลื้อย พบว่า ผู้ปลูกหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษนิยมซื้อหัวพันธุ์หอมแดงมาจากพื้นที่อำเภอลับแล
อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน     โดยมีเชื้อโรคติดมากับหัวพันธุ์และแพร่ระบาดในแปลงปลูก สำนักวิจัยและพัฒนา
การเกษตรเขตที่ 4    จ. อุบลราชธานี (สวพ.4)        จึงได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการพันธุ์หอมแดงสะอาดเพื่อป้องกันกำจัดโรคหอมเลื้อยแบบ
เกษตรกรมีส่วนร่วม   กระทั่งได้เทคโนโลยีการผลิตพันธุ์หอมแดงสะอาดที่เหมาะสมพร้อมสร้างแปลงต้นแบบผลิตหอมแดงพันธุ์สะอาดเพื่อป้อนให้
กับเกษตรกรที่มีความต้องการใช้พันธุ์หอมคุณภาพเพิ่มสูงขึ้น

          สำหรับเทคนิคการผลิตหอมแดงพันธุ์สะอาด     เบื้องต้นเกษตรกรต้องเตรียมพื้นที่ปลูกโดยเก็บเศษซากหอมที่ตกค้างอยู่ออกจากแปลงนำ
ไปเผาทำลายก่อนไถตากดิน     ทั้งยังต้องเก็บตัวอย่างดินส่งตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติดิน      จากนั้นใส่ปูนโดโลไมท์ตามค่าวิเคราะห์ดิน นอกจากนี้
ยังต้องเลือกใช้พันธุ์หอมแดงที่มาจากแหล่งที่ไม่พบการระบาดของโรคหอมเลี้อย ก่อนปลูกแนะนำให้ใช้ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 500 กิโลกรัม/ไร่
ผสมกับเชื้อไตรโคเดอร์มาสดคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหว่านให้ทั่วแปลงและไถกลบ หลังปลูกเกษตรกรควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอโดยรดน้ำในช่วงเช้า

 

          นอกจากนั้น ต้องมีการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช โดยการสำรวจแปลงอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ที่สำคัญควรใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็น
ตามคำแนะนำและถูกต้องตามหลักวิชาการ  ควรฉีดพ่นด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มาสัปดาห์ละครั้ง   หากพบปัญหาหนอนกระทู้หอมเข้าทำลายควรฉีดพ่น
ด้วยเชื้อบีที (BT) หรือเชื้อไวรัสเอ็นพีวี (NPV) ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวและลดปริมาณการใช้สารเคมีได้

          หลังปลูก ประมาณ 40 วัน หอมแดงจะเริ่มออกดอก เกษตรกรควรเด็ดดอกหอมเพื่อให้หอมลงหัว     จะทำให้ได้หัวพันธุ์ขนาดใหญ่ และควร
เก็บเกี่ยวหอมแดงที่อายุ 80 วันขึ้นไป นำไปแขวนผึ่งไว้ ประมาณ 15 วัน แล้วค่อยมัดกำ โดยต้องคำนึงถึงสุขอนามัยหลังการเก็บเกี่ยวด้วย จะทำให้
ได้พันธุ์หอมแดงที่มีคุณภาพและไม่มีโรคหอมเลื้อย เมื่อนำหัวพันธุ์สะอาดที่ได้ไปปลูกเป็นหอมปี (ช่วงเดือนตุลาคม - มกราคม)  จะสามารถป้องกัน
กำจัดโรคหอมเลื้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ไม่พบการระบาดของโรค     ขณะดียวกันยังช่วยลดการใช้สารเคมีและได้ผลผลิตสูงถึง 3-3.5 ตัน/ไร่
ที่สำคัญยังได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค

          นางนวลจันทร์ กล่าวอีกว่า ปี 2558 นี้       กรมวิชาการเกษตรได้สร้างแปลงต้นแบบการผลิตหอมแดงพันธุ์สะอาดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ
เกษตรกรนำร่อง 20 คน พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ คาดว่า จะได้หัวพันธุ์หอมแดงสะอาดรวมกว่า 100 ตัน คิดเป็นมูลค่า 8 - 10 ล้านบาท   นอกจากนั้น
ยังได้ร่วมกับเกษตรกรต้นแบบฯ   เร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพันธุ์หอมแดงสะอาด        เพื่อผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
จังหวัดศรีสะเกษกว่า 500 คน  เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเห็นคุณค่าของหอมแดงคุณภาพที่สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน  และให้นำความรู้ที่ได้รับ
ไปปรับใช้และขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่น ซึ่งคาดว่าจะเกิดแหล่งผลิตพันธุ์หอมแดงคุณภาพเพิ่มขึ้นในอนาคต  และมีพันธุ์หอมแดงสะอาดกระจายสู่
แหล่งปลูกเพิ่มมากขึ้นด้วย

          อย่างไรก็ตาม หากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตพันธุ์หอมแดงสะอาดเพื่อผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพ        สามารถสอบถาม
เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุรินทร์  โทรศัพท์ 044-518526  หรือเกษตรกรต้นแบบ นายวิเชียร ถิระพันธ์  และคณะ บ้านหนองหมี
ตำบลหนองหมี อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 09-5659-8040

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 1090
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406